บทความที่คล้ายกัน
-
ไมเกรน/ลมปะกัง คืออะไร ?
เวชกรรมไทย ·22 เม.ย. 2568
-
ภูมิแพ้อากาศ รักษาได้ด้วยแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·2 ธ.ค. 2567
-
หัตถการกักน้ำมันร้อน (Oil poultice) ทางการแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·3 พ.ค. 2567
-
สมุนไพร ยาไทย ใช้ได้ทุกฤดู
เวชกรรมไทย ·5 ก.ค. 2565
-
อาการตาล้า บรรเทาได้ด้วยสมุนไพร
เวชกรรมไทย ·14 มิ.ย. 2565
ทำอย่างไรดีเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในภาวะ ไขมันในเลือดสูง
เป็นโรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่งที่บรรดาผู้คนในสังคมเมืองทั้งหลายกำลังเป็นกันอยู่ ถ้าใครได้เป็นแล้วจะเป็นแบบระยะยาว การรักษานี่ไม่ต้องพูดถึง บอกได้เลยว่าเบื่อกับการกินยากันเลยทีเดียว โรคนี้เกิดได้ง่ายมากๆเลยครับ แค่รับประทานอาหารตามมื้อปกติแต่มากเกินความจำเป็น และไม่ได้ออกกำลังกาย แค่นี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้แล้ว แต่ปัจจุบันเทรนคนรักสุขภาพกำลังมาแรงแซงทุกโค้ง ผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ก็มีหลายๆท่านที่ยังสวนกระแสรับประทานอาหารตามใจปาก หรือตามความชอบของตนอยู่ โรคนี้ป้องกันการเกิดไว้จะดีที่สุด แต่เมื่อเกิดแล้วเราจะดูแลร่างกายอย่างไรดี
โดยทั่วไปโรคนี้เมื่อตรวจพบและได้รับการวินิจฉัยแล้วว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูง แพทย์จะดูว่าระดับไขมันอยู่ในระดับไหน มีน้อย ปานกลางหรือสูง โดยการเจาะเลือดเพื่อดูระดับของไขมัน
- Total Chloresterol(โคเลสเตอรอลรวม)
- LDL- Choresterol(ไขมันชนิดไม่ดี)
- HDL-Cholesterol(ไขมันชนิดดี)
- ไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride)
4 ค่านี้จะเป็นตัวหลักในการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ต่อมาแพทย์ผู้ให้การรักษาจะวางแผนการรักษาต่อไป บางรายอาจให้คำแนะนำในเรื่องของการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย แต่บางรายที่มีระดับไขมันสูงมากที่สามารถส่งผลต่อชีวิตได้ แพทย์ผู้รักษาจะจ่ายยารับประทานร่วมด้วย
หลักการง่ายๆเลยในการดูแลตัวเองหากเกิดเป็นโรคไขมันในเลือดสูง คือ “การเอาของเก่าออกและไม่เพิ่มของใหม่เข้าไป” ของเก่าในที่นี่คือไขมันส่วนเกินที่มีในร่างกาย และของใหม่คืออาหารที่มีโคเลสเตอรอลปริมาณสูงเข้าไป เช่น อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ ไข่แดง เนื้อติดมัน เป็นต้น
การปฏิบัติตัวสำหรับโรคไขมันในเลือดสูง
- การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ ไข่แดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล ของทอด ปิ้ง ย่าง เนื้อติดมัน เป็นต้น
- ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตามดัชนีมวลกาย(BMI)
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้น
- การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆละ 30-40 นาที แต่ต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายของตนเองด้วย เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคข้อต่างๆ โรคหัวใจ เป็นต้น
- การใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด การใช้ยาควบคู่กับการปฏิบัติตัวดังที่กล่าวมาข้างตนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้ตรวจ
บทความโดย นายคมจักร แก้วน้อย แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์