บทความที่คล้ายกัน
-
ไมเกรน/ลมปะกัง คืออะไร ?
เวชกรรมไทย ·22 เม.ย. 2568
-
ภูมิแพ้อากาศ รักษาได้ด้วยแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·2 ธ.ค. 2567
-
หัตถการกักน้ำมันร้อน (Oil poultice) ทางการแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·3 พ.ค. 2567
-
สมุนไพร ยาไทย ใช้ได้ทุกฤดู
เวชกรรมไทย ·5 ก.ค. 2565
-
อาการตาล้า บรรเทาได้ด้วยสมุนไพร
เวชกรรมไทย ·14 มิ.ย. 2565
ความร้อนกับอาการปวดหัวไมเกรน
สภาพอากาศในประเทศไทยทุกวันนี้ทั่วทุกภาคคงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องสัมผัสกับอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้น อากาศร้อนในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม จะมีอุณหภูมิความร้อนที่สูงมาก ในพื้นที่บางภาคอาจมีอุณหภูมิสูงถึง40 องศาเซลเซียส อากาศร้อนนี้เองเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหรืออาการต่างๆขึ้นมามากมาย และอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและพบบ่อยคือ อาการปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะมีหลายประเภทที่พบบ่อยในหนุ่มสาววัยเรียน หรือวัยทำงาน ส่วนมากเป็นอาการปวดศีรษะไมเกรนแล้วมันสัมพันธ์กับอากาศร้อนอย่างไร?
อาการปวดศีรษะไมเกรนหรือทางแพทย์แผนไทย เรียกว่า "ลมปะกัง" เกิดจากความผิดปกติของเส้นอิทาหรือเส้นปิงคลา วิเคราะห์ว่าเป็นโรคเดียวกันกับโรคไมเกรนในปัจจุบัน มีลักษณะอาการคือปวดศีรษะข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ มักสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะปวดบริเวณกระบอกตาตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เนื่องจากหลอดเลือดแดงในสมองหดตัว และขยายตัวผิดจังหวะ หดตัวนานเกินไป ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง และขยายตัวอย่างรวดเร็วไปกดดันสมอง ทำให้ปวดหัวตามการเต้นของหัวใจ เพื่อความแน่ใจว่าอาการปวดศีรษะที่เป็นนั้นใช่อาการไมเกรนหรือไม่ โดยดูจาก อาการปวดศีรษะข้างเดียว ปวดตุ๊บๆตลอดเวลา ปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย อาการจะปวดมากจนไม่เป็นอันทำอะไร มีอาการคลื่นไส้ และอาเจียนร่วมเป็นบางครั้ง และทนแสงจ้าหรือเสียงดังไม่ค่อยได้ ส่วนมาที่พบบ่อยคืออยู่ในสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่นอยู่ในห้องแอร์ทั้งวันแล้วต้องออกไปข้างนอกที่ต้องเจอกับอากาศร้อนมากทำให้ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะไมเกรนขึ้นมาได้
เมื่อมีอาการหลายท่านคงคิดหาวิธีการบรรเทาอาการ อย่างเช่น การนอนพัก การซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง การนวดเพื่อรักษาอาการปวด หรือหลายท่านที่มีอาการรุนแรงมากอาจจะไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา ซึ่งระดับอาการอาจจะดีขึ้นเมื่อได้รับการบรรเทาอาการ มีหลายท่านที่มารับบริการนวดเพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดไมเกรนซึ่งส่วนมากหลังรับการนวดไปแล้วอาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกล้ามเนื้อคลายตัวมากขึ้นเลือดถูกส่งไปเลี้ยงสมองเพียงพอทำให้อาการปวดลดลงได้ แต่ก็มีหลายท่านที่ไม่สะดวกไปรับบริการหรือมีอาการไม่รุนแรงมาก จึงอยากแนะนำการดูแลตัวเองเมื่อมีอาการ การประคบร้อนบริเวณบ่าคอ 10-15 นาที การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานาน หรือการเปลี่ยนอุณหภูมิร้อนเย็นกะทันหัน การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ และการใช้ท่าบริหารบรรเทาเมื่อมีอาการปวด เช่น ท่าก้มหน้า- เงยหน้า ท่าหันหน้าไปทางซ้ายทางขวา ท่าหมุนคอเป็นวงกลมซ้ายขวา ท่าเกร็งกล้ามเน้อคอ ท่าโหนรถเมล์ หวังว่าหากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้นจะช่วยลดระดับความรุนแรงของอาการปวดลงได้ไม่มากก็น้อย
บทความโดย นางสาวพิมพ์วิภา แพรกหา แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์