บทความที่คล้ายกัน
-
ไมเกรน/ลมปะกัง คืออะไร ?
เวชกรรมไทย ·22 เม.ย. 2568
-
ภูมิแพ้อากาศ รักษาได้ด้วยแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·2 ธ.ค. 2567
-
หัตถการกักน้ำมันร้อน (Oil poultice) ทางการแพทย์แผนไทย
เวชกรรมไทย ·3 พ.ค. 2567
-
สมุนไพร ยาไทย ใช้ได้ทุกฤดู
เวชกรรมไทย ·5 ก.ค. 2565
-
อาการตาล้า บรรเทาได้ด้วยสมุนไพร
เวชกรรมไทย ·14 มิ.ย. 2565
ดื่มน้ำ(อุ่น) ดีกว่าน้ำเย็นอย่างไร
เนื่องในวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ผมได้มีโอกาสดูทีวีในช่วงเช้า และเปิดไปเจอรายการนึงเป็นรายการเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ในหัวข้อเรื่อง “ดื่มน้ำอุ่น ดีกว่าน้ำเย็นอย่างไร” ซึ่งมีอาจารย์หมอเป็นผู้บรรยาย
เป็นอีกหัวข้อนึงที่น่าสนใจมากครับ เนื่องจากเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน บางคนอาจทราบดีอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่ทราบว่า การดื่มน้ำมีความสำคัญกับร่างกายเรามากน้อยแค่ไหน อย่างที่ทราบกันดีครับว่าคนเราอดข้าวได้ แต่อดน้ำไม่ได้ ลองจินตนาการดูเล่นๆครับว่า ถ้าในหนึ่งวันเราไม่ได้ดื่มน้ำเข้าไปเลยจะเกิดอะไรขึ้น? ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะแยะมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำเหลือง น้ำในสมอง เยื่อเมือก น้ำลาย สารคัดหลั่งต่างๆ ถ้าเราไม่ดื่มน้ำเลย หรือดื่มน้ำน้อยไป ร่างกายจะเป็นอย่างไร อวัยวะอื่นๆก็ถูกกระทบไปด้วย อวัยวะที่สำคัญอย่างนึงที่เกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำในชีวิตประจำวันคือ ไต อย่างที่ทราบครับว่า หากเป็นโรคไต นั่นหมายถึงเราอาจเสียชีวิตในไม่ช้า ไหนต้องมาฟอกไตทุกๆ 2-3 วัน/สัปดาห์ ถึงแม้ว่าปัจจุบันมีการผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ แต่ผู้ป่วยก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูง แถมโอกาสที่ผ่าตัดสำเร็จก็50-50 ควรหันมาป้องกันไว้ดีกว่าครับ
ก็พูดถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำไปมากพอสมควร ทีนี้เรามาดูประเด็นที่ว่า...ระหว่างน้ำอุ่นกับน้ำเย็น อันไหนดีกว่า และเหมาะกับสภาพร่างกายมากกว่ากัน(หลายท่านคงมีคำตอบในใจบ้างแล้ว?)
อย่างที่ทราบกันดีครับว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เราต้องดื่มน้ำเย็นเพื่อดับกระหาย...ถ้าใครคิดแบบนี้ รีบเปลี่ยนความคิดเลยครับ เป็นความคิดที่ผิด ทำไมถึงไม่เป็นเช่นนั้น? ปกติร่างกายคนเรานั้นอุ่น อุณหภูมิกายอยู่ที่ 37-37.2 องศาเซลเซียส การรับประทานน้ำเย็นทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายเปลี่ยนไปครู่นึง อวัยวะภายในทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้ร่างกายต้องเพิ่มความร้อนแกนกลางเพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายอยู่ในสภาวะเดิม ยกตัวอย่างง่ายๆ เราลองเอาเท้าแช่น้ำเย็นดูครับ จะเกิดอะไรขึ้น เท้าซีด เย็น ชา เลือดไม่เดิน พอยกเท้าออก ร่างกายก็ปรับสมดุลให้เลือดไปเลี้ยงเท้ามากขึ้น ใช่ครับ เวลาเราดื่มน้ำเย็นๆ อวัยวะภายในก็ตอบสนองเช่นกัน ทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับสมดุล นั่นหมายความว่าร่างกายทำงานหนักขึ้นโดยใช่เหตุ
แล้วขณะที่รับประทานอาหารล่ะ ควรดื่มน้ำหรือไม่? ตอบแบบมั่นใจได้เลยครับว่าไม่ควรดื่ม เนื่องจากน้ำย่อยกำลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดื่มน้ำขณะรับประทานอาหารทำให้น้ำย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ ยิ่งดื่มน้ำเย็นเข้าไป ก็ยิ่งทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น น้ำย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ เกิดภาวะจุกเสียดแน่นท้องได้ และอาจมีภาวะท้องผูกได้เหมือนกัน แต่ถ้าในมื้ออาหารมีน้ำซุปก็ควรรับประทานน้ำซุป หรือจิบน้ำเปล่า(ไม่เย็น)เล็กน้อยได้เพื่อให้โล่งคอเท่านั้น และการดื่มน้ำระหว่างวันนั้น ควรจิบน้ำ(อุ่น)เรื่อยๆตลอดวันดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไตทำงานหนักจนเกินไปด้วย สรุป การดื่มน้ำอุ่นดีกว่าน้ำเย็นแน่นอนครับ ถ้ารักสุขภาพก็หันมาจิบน้ำอุ่นกันนะครับ...
บทความโดย คมจักร แก้วน้อย รพ.การแพทย์แผนไทย มอ.