บทความที่คล้ายกัน
-
สมุนไพรบำรุงกระดูก
งานวิจัย ·27 ธ.ค. 2555
-
สมุนไพรรักษาสิวและดูแลผิวพรรณ
งานวิจัย ·19 พ.ย. 2555
-
แพทย์แผนไทย... บุคคลควรค่ายิ่งที่ระลึกถึง...
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
ทานอะไรดีในแต่ละฤดู
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
คืนความหนุ่มสาวด้วยยาอายุวัฒนะ
งานวิจัย ·31 ต.ค. 2555
น้ำท่วม- ผื่นคัน - น้ำกัดเท้า
ช่วงหน้าฝน และภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ นอกจากเท้า และผิวหนังจะเปียกชื้นได้ง่าย เป็นเหตุให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง และเป็นแผลเปื่อยได้ง่ายแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดติดเชื้อโรค ซึ่งปะปนอยู่ในน้ำสกปรก หากจำเป็นต้องย่ำน้ำ หรือต้องแช่น้ำเป็นเวลานานๆ หลังจากเข้าบ้านแล้ว จึงควรรีบล้างเท้า ชำระล้างร่างกาย ทำความสะอาดด้วยสบู่ แล้วเช็ดตัวให้แห้งโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า และข้อพับต่างๆ หากเท้ามีบาดแผล ควรชะล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก็จะช่วยป้องกันโรคผิหนังและโรคน้ำกัดเท้าได้ครับ
[separator]
[size=4]อาการไม่ดีแล้วซิ !! ทำไมมันรู้สึกแสบๆคันๆ ระคายเคืองตามผิวหนัง ตามเท้า และซอกนิ้วเท้า[/size]
นี้เหละเป็นสัญญาณบ่งบอกของ ผื่นคันตามผิวหนัง และโรคน้ำกัดเท้า ในระยะแรกๆ
ต่อมาหากมีการติดเชื้อร่วมด้วย จะทำให้เกิดอากา[size=4]รอักเสบ บวม แดง คัน แผลเปื่อย หรือเป็นหนอง[/size] (โดยเฉพาะบริเวณซอกเท้า และข้อพับต่างๆ)
[b]ทำอย่างไรดี ....ไม่มียา???[/b]

1. ชะล้างบริเวณแผลด้วย น้ำด่างทับทิม หากไม่มี ให้ใช้ ก้าน/ใบสดของต้นแก้ว เปลือกต้นหว้า หรือใบเทียนกิ่ง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดรวมกัน ต้มชะล้างบาดแผล
2. ใช้เปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ทาบริเวณแผล เช้า-เย็น
3. หากไม่มีใช้ ใบหรือรากของต้นทองพันชั่งตำผสมแอลกอฮอล์ หรือตำกับสุรา ทาบริเวณแผล
4. กรณีที่แผลเปื่อยเน่าใช้น้ำคั้นจากต้นกะเม็งทา หรือ เอาใบมะขามที่แห้งสะอาด มาบดเป็นผง โรยบริเวณบาดแผล ไม่นานแผลที่เปื่อยเน่าจะกลับแห้งปกติดี
5. หากมีอาการอักเสบ บวม แดง หรือ ปวดแสบบริเวณบาดแผลมากควรปรึกษาแพทย์
[b]การดูแลป้องกัน[/b]
1. การรักษาความสะอาดทำให้เท้าแห้งอยู่เสมอ
2. ชำระล้างร่างกาย หรือล้างมือและเท้า ด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และเช็ดตัว เช็ดเท้าให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า และข้อพับต่างๆ
3. ไม่สวมถุงเท้า รองเท้า และเสื้อผ้า ที่อับชื้น
บทความโดย นพท. สมชาย อ้นทอง
ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย ม.สงขลานครินทร์
โทร. 074-282710