บทความที่คล้ายกัน
-
สมุนไพรรักษาสิวและดูแลผิวพรรณ
งานวิจัย ·19 พ.ย. 2555
-
แพทย์แผนไทย... บุคคลควรค่ายิ่งที่ระลึกถึง...
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
ทานอะไรดีในแต่ละฤดู
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
คืนความหนุ่มสาวด้วยยาอายุวัฒนะ
งานวิจัย ·31 ต.ค. 2555
-
ต้มยำบรรเทาไข้หวัด
งานวิจัย ·31 ต.ค. 2555
สมุนไพรบำรุงกระดูก
ใกล้ปีใหม่แล้วหลายคนคงกำลังหาของขวัญกลับบ้านไปให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายญาติผู้ใหญ่กันอยู่ใช่มั้ยคะ หากไม่มีของขวัญที่ถูกใจ เรามาช่วยกันเสริมสร้างความแข็งแรงให้ญาติผู้ใหญ่ของเราเป็นของขวัญรับปีใหม่กันดีกว่าค่ะ
วัยสูงอายุนั้นเป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมโทรมในหลายด้านมีปัญหาสุขภาพและโรคประจำตัวต่างๆมากมาย ในการป้องกันและบำบัดรักษาโรคผู้สูงอายุนั้นนอกจากยาแผนปัจจุบัน ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนเงินมากมายแล้วสมุนไพรจำนวนมากสามารถใช้ทดแทนได้ดีและใช้กันมาแล้วหลายชั่วอายุคน
ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน เนื่องจากเซลล์ของกระดูกมีการสลายมากกว่าการสร้างโรคกระดูกพรุนพบในหญิงมากกว่าชายการสูญเสียแคลเชียมที่กระดูกทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง กระดูกหักง่ายการได้รับแคลเซี่ยมที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มความแน่นของกระดูกดังนั้นผู้สุงอายุ ควรได้รับอาหารที่มี แคเชี่ยมเพียงพอประมาณวันละ 800 มิลลิกรัม แคเชี่ยมมีมากในน้ำนม ปลาป่น กุ้งแห้ง และผักใบเขียวที่มีปริมาณแคลเซียมสูงได้แก่ ใบยอ ใบช้าพลู ฝักมะขามอ่อน ยอดแค ผักกะเฉด และยอดสะเดา เป็นต้น ค่ะ ไม่ต้องไปหายาบำรุงแพงๆ ไม่ต้องหาอาหารเสริมราคาสูง แค่ใช้สมุนไพรในครัวเรือน ก็เสริมสร้างสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ที่คุณรักได้แล้วค่ะ
เรามาดูรายละเอียดของสมุนไพรแต่ละตัวกันดีกว่านะคะ
ตัวแรกนี่เลยค่ะ “ยอ” (ชื่ออื่นๆ : ยอบ้าน, มะตาเสือ)
ใบยอ มีแคลเซียมสูง (469-841 มก./100 ก.)ใบใช้ประกอบอาหาร เช่นห่อหมก แกงอ่อม เป็นต้น
สรรพคุณทางยา : ใบอ่อนมีรสขม ใช้เป็นยาลดความร้อนในร่างกาย แก้ไข บำรุงธาตุ แก้ท้องร่วงในเด็กแก้เหงือกปวด บวม ปวดข้อ ค่ะ
ตัวต่อมา “ช้าพลู” (ชื่ออื่นๆ : ชะพลู, พลูนก, ผักปูนก, ผักแคนก, พลูลิง, ผักอีไร, นมวา, ผักปูนา )
ใบช้าพลูนิยมใช้เป็นผักรับประทานกับเมี่ยงคำ ส้มตำ ข้าวยำ และใช้ทำแกงเลียง ในใบประกอบด้วยแคลเซียมในปริมาณสูง (601 มก./100 ก.) และยังพบธาตุฟอสฟอรัส เหล็ก และ ไวตามินต่างๆ ใบช้าพลูมีปริมาณสารออกซาเลตค่อนข้างสูง (691 มก./100 ก.) จึงไม่ควรรับประทานเป็นประจำนะคะ
สรรพคุณทางยา : ตำราไทยใช้ราก ใช้ใบช้าพลูเป็นยาขับลม ทั้งต้นใช้ใบขับเสมหะ รากและผลใช้รักษาบิด ใบมีรสเผ็ดเล็กน้อยใช้แก่ธาตุพิการ บำรุงธาตุ คุมเสมหะให้ปกติ แก้จุกเสียดค่ะ
“มะขาม”(ชื่ออื่นๆ : หมากแกง, ตะลูบ, ขาม)
ฝักมะขามอ่อนมีแคลเซียมสูง (429 มก./100 ก.)ทางด้าน อาหารใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก ฝัก ฝักแก่ และอ่อนของ มะขาวเปรี้ยวเป็นอาหาร ยอดอ่อนใช้ปรุงแกง ดอกใช้ยำ ส่วนฝักอ่อนใช้ตำน้ำพริก เนื้อในฝักแก่มีรสเปรี้ยว เปรี้ยวอมหวาน หรือหวาน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รับประทานเป็น ผลไม้ หรือใช้ปรุงแต่งรสเปรี้ยวในอาหารค่ะ
สรรพคุณทางยา : มะขามเปียกใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ ขับเสมหะ ฝักอ่อนมีแคลเซียม และ
ไวตามินสูง บำรุงกระดูก และช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
“แค”(ชื่ออื่นๆ : แคบ้าน, แคแดง)
ยอดแคลเซียมสูง(395 มก./100 ก.) นิยมนำมาลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกดอกแคนิยมใช้ปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม และใช้ลวกเป็นผักจิ้ม
สรรพคุณทางยา : ยอดอ่อนใช้รับประทานแก้ไข้หัวลม (ไข้ที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง) เปลือกต้นมีรสขมฝาดใช้แก้ท้องเสีย น้ำต้มเปลือกใช้ล้างบาดแผล
ตัวสุดท้าย “ผักกะเฉด” (ชื่ออื่นๆ : ผักรู้นอน, ผักหนอง, ผักหละหนอง, ผักกะเฉดน้ำ)
ใบและลำต้นที่แกะนวมออกแล้ว ใช้รับประทานเป็นผัก ใช้ปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงส้ม และยำต่างๆ ต้นสดมีโปรตีนสูง (6.4ก./100 ก.) และมีแคลเซียมสูง (387 มก/100 ก.)
สรรพคุณทางยา : ผักกะเฉดมีรสเย็น ช่วยบรรเทาความร้อน ใช้ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ถอนพิษยาเบื่อเมา ช่วยบำรุงกระดูก เนื่องจากมีแคลเซียมค่อนมาก
เห็นมั้ยล่ะคะว่า พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มีประโยชน์มากเลยที่เดียวค่ะ มาใช้พืชผักสมุนไพรทำอาหารเพื่อสุขภาพของคนที่คุณรักตอนรับปีใหม่กันดีกว่าค่ะ
สวัสดีปีใหม่ 2556 นะคะ
บทความโดย นางสาวพิรุณรัตน์ แซ่ลิ้ม นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ รพ.การแพทย์แผนไทย