ดูบทความทั้งหมด

บทความทางการแพทย์แผนไทย, บทความวิจัย, บทความทั่วไป ฯลฯ

ดูเพิ่มเติม
ภาพกิจกรรม

แกลลอรี่ภาพกิจกรรมของคณะทั้งหมด

ดูเพิ่มเติม
บทความ > จาก...ห้วงคำนึง

จาก...ห้วงคำนึง

1 พ.ย. 2554 12:00 AM
999
           ทุกอารยประเทศ ทุกภูมิภาคในโลก ต่างก็มีประวัติทางการแพทย์ของตนเอง และราชอาณาจักรไทยของเรานั้นมีการแพทย์ทางหลัก คือ การแพทย์ภูมิปัญญาไทย ซึ่งถือเป็นการรวมศาสตร์เกี่ยวกับบำบัดโรค โดยอิงกับความเชื่อทางสังคม วัฒนธรรม และธรรมชาติ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นความรู้ที่ไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับหมอรักษาวิธีใดได้ผลก็ใช้วิธีนั้นสืบต่อกันมา อาทิ การใช้สมุนไพร การกวาดยา การนวดราชสำนัก การนวดเชลยศักดิ์ การนวดแบบฤๅษีดัดตน การประคบ การสัก (สักดำสักแดง) คล้ายการฝังเข็ม หรือกดจุดของจีน และการอยู่ไฟหลังคลอด เป็นต้น แต่พอถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ เริ่มมีมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนา พร้อมกับนำวิทยาการทางการแพทย์โบราณของตะวันตกเข้ามา นับได้ว่า เป็นทางเลือกของคนไทยสมัยนั้นเรื่อยมา จนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ และที่ ๕ จึงมีการแพทย์แผนปัจจุบัน (Orthodox; Conventional Medicine) เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทยอย่างมาก ประกอบกับมีความนิยมตะวันตกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแพทย์แผนปัจจุบัน มีหลักฐานและใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์ความจริงต่างๆ ซึ่งสามารถทำให้เราเห็นทุกอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างโต้แย้งไม่ได้ การแพทย์ทางเลือกแบบฝรั่งหรือตะวันตกนี้ จึงกลายเป็นการแพทย์ทางหลักของประเทศไปโดยปริยาย แม้ว่าใน พ.ศ. ๒๔๓๑ สมเด็จพระปิยมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาล ศิริราชขึ้น เพื่อดูแล รักษาพยาบาลคนไข้‰ ด้วยวิธีแพทย์ภูมิปัญญาไทย แต่ในพ.ศ. ๒๔๖๖ มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นและมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลป์ ทำให้แพทย์แผนไทยต้องยุติบทบาท นับแต่นั้นมา(1)
[separator]
           โลกตะวันตกมีการศึกษาค้นคว้ากันมาก เป็นที่ยอมรับว่า การรักษาพยาบาลของเขา ได้ผลดีมีประสิทธิภาพกว่า นิยมการแยกส่วนอวัยวะ ให้เกิดแพทย์ผู้ชำนาญ หลายสาขาพร้อมไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ แต่ในทางตรงกันข้ามก็เกิดการใช้เครื่องมือแพทย์และยาอย่างฟุ่มเฟือยและทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียเงินให้เรื่องนี้เกินความจำเป็น ยาที่ใช้ในปัจจุบันสร้างอาการข้างเคียงที่กระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ส่วนเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เช่นการใช้รังสีหรือเคมีบำบัดมาช่วยรักษาโรคมะเร็งก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากแต่ยังทำให้เราคิดแต่จะพึ่งพิงแพทย์และไม่รู้จักการพึ่งพาตัวเอง การแพทย์แผนไทย ได้ดูแลรักษาคนไทยเรามานับพันปี ยึดหลักการพึ่งพาตนเอง และไม่จำเป็นจะต้องพบแพทย์เมื่อมีอาการเพียงเล็กน้อย อุปสรรคสำคัญ คือ การรักษาตามวิธีการแพทย์แผนไทยยังไม่มีมาตรฐานและยังขาดงานวิจัยรองรับ ประกอบกับต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลการรักษา ทำให้การแพทย์แผนไทยไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร(2) อย่างไรก็ดี ปัจจุบันทิศทางของการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม มากกว่าแบ่งแยกรักษาเป็นส่วนๆ การกลับคืนสู่การแพทย์แผนไทยก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ดังนั้นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันผลักดันให้แพทย์แผนไทยกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง


แหล่งอ้างอิง
1.  เฉก ธนะสิริ. การแพทย์ทางเลือกในประเทศไทย กรุงเทพมหานคร: บุญนิยม; 2545 [cited 2554, 22 สิงหาคม]; Available from: http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Kid/K141/k141_64.html.
2.  สุวิทย์ คนโคราช. Health Special กรุงเทพมหานคร: Health & Cuisine; 2549 [updated 6 เมษายน 2549; cited 2554, 24 สิงหาคม]; Available from: http://ithai.wordpress.com/2006/04/06/drugthai/.