ดูบทความทั้งหมด

บทความทางการแพทย์แผนไทย, บทความวิจัย, บทความทั่วไป ฯลฯ

ดูเพิ่มเติม
ภาพกิจกรรม

แกลลอรี่ภาพกิจกรรมของคณะทั้งหมด

ดูเพิ่มเติม
บทความ > รางจืด สมุนไพรขับทำลายสารพิษในร่างกาย

รางจืด สมุนไพรขับทำลายสารพิษในร่างกาย

14 มิ.ย. 2553 12:00 AM
999
ชาวนาชาวไร่ และชาวสวน ที่ต้องใช้สารเคมีต่างๆเพื่อทำลาย เพลี้ย แมลง และวัชพืชต่างๆอยู่เป็นประจำ หรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ฆ่าแมลงอยู่เป็นประจำ สารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ ไม่สบายอยู่เป็นประจำ หากแต่ท่านเอาใบ หรือทั้งราก เถา ใบ ของต้นรางจืดมาล้างให้สะอาด ตำหรือปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำซาวข้าว ในกรณีไม่มีน้ำซาวข้าวให้เอาข้าวสารมาตำ หรือปั่นให้ละเอียดผสมลงไปก็ได้เช่นกัน  คั้นเอาน้ำดื่มเข้าไปครั้งละ 1 แก้วเต็มๆ กินเป็นประจำ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง น้ำของรางจืดจะเข้าไปขับและทำลายสารพิษในร่างกายในหลอดลมและในลำไส้ให้สลายเป็นกลางไปโดยหมดสิ้น นอกจากนี้ในผู้ที่มีอาการเมาสุรา น้ำรางจืดนี้ก็สามารถรักษาอาการเมาสุราให้หายเป็นปลิดทิ้งได้เช่นกัน



ผู้ที่ได้รับสารพิษร้ายแรงทุกชนิดเข้าไป เมื่อรู้ว่าร่างกายได้รับอันตราย เจ็บป่วย มีอาการต่างๆหรือแทบจะเอาชีวิตไม่รอด และแม้แพทย์แผนปัจจุบันก็แทบหมดความสามารถในการรักษาเยียวยาได้แล้ว ให้ญาติของผู้ป่วยรีบหาต้นหรือเถารางจืด (หากอาการอยู่ในระยะแรกๆ พึงทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเสียก่อน จึงทำยานี้ให้กิน) มาครั้งละ ประมาณ 1 กิโลกรัม ใส่น้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน จึงให้ผู้ป่วยกินให้หมดในครั้งเดียว
  หรือจะเอาเถารางจืดทั้ง 5 มา 1 กิโลกรัม  ตำให้ละเอียดผสมกับน้ำซาวข้าวคั้นกรองเอาแต่น้ำกินให้หมดในวันเดียว วันละ 1 ครั้ง จึงทำใหม่ให้กินติดต่อกัน 2-3 วัน อาการเจ็บป่วยอย่างหนักจากสารพิษต่างๆจะค่อยๆหายเป็นปกติอย่าน่าอัศจรรย์

หมายเหตุ รางจืดเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นหรือเถามีเนื้อแข็งเถามีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม เลื้อยพาดไปตามกำแพงรั้วแล้วจะทิ้งตัวห้อยเป็นระย้าลงสู่เบื้องล่าง  ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่เรียวยาว ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่งโคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรืออาจจะเป็นหยักเล็กน้อยใบเกลี้ยงไม่มีขน และใบที่อยู่ล่าง ๆ ก็มักจะใหญ่กว่าใบที่อยู่ถัดขึ้นไป ดอกออกเป็นช่อห้อยลงมาตามซอกใบ หรือตามข้อของลำต้น ช่อดอกหนึ่ง ๆ จะมีดอกประมาณ 3-4 ดอก มีใบประดับสีขาวประด้วยสีแดงหุ้มดอกอยู่ มีกลีบดอกขนาดใหญ่ 5 กลีบ เป็นรูปฐาน ส่วนดอกเป็นรูปแตร ดอกมีสีม่วงอ่อน สีฟ้า หรือสีขาว ภายในดอกมีเกสรตัวผู้อยู่ 4 อัน

โดย พผท. สมชาย  อ้นทอง