ดูบทความทั้งหมด

บทความทางการแพทย์แผนไทย, บทความวิจัย, บทความทั่วไป ฯลฯ

ดูเพิ่มเติม
ภาพกิจกรรม

แกลลอรี่ภาพกิจกรรมของคณะทั้งหมด

ดูเพิ่มเติม
บทความ > อบ...ประคบสมุนไพรคลายหนาว

อบ...ประคบสมุนไพรคลายหนาว

18 ก.พ. 2553 12:00 AM
999
หนาวแค่ไหนก็ไม่กลัว ถ้าท่านรู้จักใช้แพทย์แผนไทยได้ถูกวิธี!
ฤดูหนาวผ่านเข้ามา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติทำให้ร่างกายเราต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย ถ้าร่างกายเราไม่สามารถปรับตัวได้แล้วก็มักจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา ได้แก่ เป็นไข้ เป็นหวัด ไอ เจ็บคอ ผิวแห้ง คันตามผิวหนัง ผู้สูงอายุอาจจะมีอาการปวดตามข้อ ชาตามมือ ปลายเท้ามากขึ้น

แพทย์แผนไทยช่วยท่านได้อย่างไรในฤดูหนาว?
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว หลักในการดูแลสุขภาพโดยทั่วไป คือ ต้องดูแลให้ร่างกายได้รับความอบอุ่น ตั้งแต่การรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม การทำความสะอาดร่างกายตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ดังนี้


1.การรับประทานอาหารในฤดูหนาว ท่านควรเลือกรับประทานอาหารที่ร้อนปรุงเสร็จใหม่ๆ มีรสเปรี้ยวอมขมเล็กน้อยและรสเผ็ด ได้แก่ แกงส้มดอกแค แกงขี้เหล็ก แกงป่า สะเดาน้ำปลาหวาน และน้ำพริก เป็นต้น ด้วยธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรในฤดูต่างๆก็เปลี่ยนไป ในฤดูหนาวมักจะมีสะเดา ซึ่งมีรสขมเมื่อกินแล้วจะช่วยแก้ไข้ เจริญอาหาร ขี้เหล็กช่วยระบาย ดอกแคแก้ไข้หัวลม เป็นต้น ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารและผักพื้นบ้านที่มีอยู่ตามฤดูกาล ที่ธรรมชาติได้เปลี่ยนแปลงมาให้กับมนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ จะเป็นทางหนึ่งให้มนุษย์ได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับชีวิตเพื่อความอยู่รอด ส่วนการเลือกเครื่องดื่มควรจะเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ เช่น น้ำขิง ชาสมุนไพร เพื่อช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด ช่วยให้เสมหะอ่อนขับตัวออกได้ง่าย ป้องกันการเป็นหวัดได้อีกทางหนึ่ง

2. การทำความสะอาดร่างกาย ด้วยอากาศที่หนาวเย็นการอาบน้ำควรเป็นน้ำอุ่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรเป็นเสื้อผ้าที่หนา การอาบน้ำอุ่นจะทำให้ผิวแห้งง่ายกว่าอาบน้ำเย็น เพราะน้ำมันที่ผิวหนังจะถูกชะล้างออกไป รวมทั้งความชื้นของอากาศลดลง จะทำให้ผิวแห้งแตกและคัน ดังนั้นการดูแลผิวพรรณในฤดูหนาวจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งสมุนไพรที่ใช้ดูแลผิวพรรณ ได้แก่ น้ำมันงา ขมิ้นชัน ผิวมะนาวและผิวมะกรูด เป็นต้น
- น้ำมันงา โดยนำงาดิบประมาณ 1 ถ้วย โขลกให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันจากงาเก็บไว้ในขวด ทาผิวเช้าและก่อนนอน น้ำมันงาจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแห้งแตกและคัน
- ขมิ้นชัน มีสรรพคุณลดอาการคัน และช่วยเกิดอาการผดผื่นตามผิวหนัง โดยนำขมิ้นชันสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้ทาผิว หลังอาบน้ำ เช้า–เย็น
- ผิวมะกรูด น้ำมันที่ผิวของมะนาวและมะกรูด จะช่วยเคลือบผิวให้ชุ่มชื้น ลดอาการคัน ลดการอักเสบ โดยนำมะนาวที่ใช้น้ำมะนาวแล้ว นำบริเวณผิวด้านนอกทาผิวบริเวณที่แห้งคัน เช้า-เย็น



[b]วิธีการอบสมุนไพรที่บ้าน[/b]
     1. มีตู้อบสมุนไพรสำเร็จรูป ใช้สมุนไพรใส่หม้อต้มน้ำหรือหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแล้วใช้ไอน้ำอบสมุนไพร ซึ่งในตู้อบสำเร็จรูปจะมีที่สำหรับให้ไอน้ำผ่านได้ดี และมีการระบายอากาศด้านบน
     2. ถ้าไม่มีตู้อบสมุนไพร จะใช้เป็นกระโจม โดยหาวัสดุที่มีอยู่มาดัดแปลงแล้วใช้ผ้าคลุม มีที่ระบายอากาศ ใช้หม้อต้มที่สำหรับให้ไอน้ำเข้าสู่กระโจมอย่างทั่วถึงและระมัดระวัง เรื่องน้ำร้อนลวก และระบบไฟฟ้า
สมุนไพรที่ใช้ในการอบสมุนไพร
    
                - ใบมะกรูด จำนวน 3-5 ใบ แก้วิงเวียน ช่วยให้หายใจสบาย
                - ใบมะขาม/ใบส้มป่อย 1 กำมือ แก้อาการคันตามร่างกายช่วยให้ผิวหนังสะอาด
                - ต้นตะไคร้ จำนวน 3 ต้น บำรุงธาตุไฟ แต่งกลิ่น
                - หัวไพล จำนวน 2-3 หัว ลดอาการอักเสบ ปวด บวม
                - ใบหนาด จำนวน 3-5 ใบ ช่วยบำรุงแก้โรคผิวหนัง น้ำเหลืองเสีย
                - หัวขมิ้นชัน จำนวน 2-3 หัว สมานแผล แก้คันตามผิวหนัง
                - การบูร จำนวน 15 กรัม แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
                - หัวหอมแดง จำนวน 3-5 หัว แก้หวัดคัดจมูก

                กรณีที่มีอาการปวดเฉพาะที่ เช่น ปวดตามข้อมือ ข้อเท้า ปวดตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในฤดูหนาวจะมีอาการปวดมากขึ้น การอบสมุนไพรอาจจะไม่ได้ผลมากนัก ควรใช้การประคบสมุนไพร บริเวณที่ปวดซึ่งสามารถทำได้เอง โดยใช้สมุนไพรที่คล้ายกับการอบสมุนไพร ได้แก่
              
               1.เหง้าไพล 1/2 กิโลกรัม
               2.ผิวมะกรูด 10 ลูก
               3.ตะไคร้บ้าน 1/2 กิโลกรัม
               4.ใบมะขาม 1 ขีด
               5.ขมิ้นอ้อย 1/2 กิโลกรัม
               6.ว่านนางคำ 1/2 กิโลกรัม
               7.ใบส้มป่อย 1/2 กิโลกรัม
               8.เกลือแกง 60 กรัม
               9.การบูร 60 กรัม

               นำสมุนไพรมาโขลกหยาบๆ รวมกัน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ห่อด้วยผ้าขาวดิบ จะได้ลูกประคบ 2 ลูก และนำมานึ่งให้ร้อน นำมาประคบบริเวณที่ปวดสลับกัน 2 ลูก เมื่อใช้แล้วให้ผึ่งแดดให้แห้ง ใส่กล่องมิดชิดเก็บไว้ในตู้เย็นใช้ได้ 5-7 วัน สังเกตสีของสมุนไพร ถ้าสีซีดแสดงว่าสมุนไพรมีสารสำคัญลดลง ถ้ามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวควรทิ้งไป
ข้อควรระวัง
               ในการประคบสมุนไพร ในผู้สูงอายุหรือเด็กควรจะระวังเรื่องความร้อน ควรทดสอบความร้อนบริเวณผิวหนังที่หลังมือ ถ้าร้อนมากให้ใช้ผ้ารองก่อน ขณะประคบควรสังเกตสีของผิวหนัง ถ้าแดงมากแสดงว่าความร้อนสูง อาจจะพุพองได้ ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า ควรใช้ลูกประคบด้วยความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

โดย นางสาวสุพรรณิกา ใจสมัน