บทความที่คล้ายกัน
-
สมุนไพรบำรุงกระดูก
งานวิจัย ·27 ธ.ค. 2555
-
สมุนไพรรักษาสิวและดูแลผิวพรรณ
งานวิจัย ·19 พ.ย. 2555
-
แพทย์แผนไทย... บุคคลควรค่ายิ่งที่ระลึกถึง...
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
ทานอะไรดีในแต่ละฤดู
งานวิจัย ·2 พ.ย. 2555
-
คืนความหนุ่มสาวด้วยยาอายุวัฒนะ
งานวิจัย ·31 ต.ค. 2555
การบำบัดโรคอัมพาตใบหน้าด้วยวิธีการนวดไทย

เมื่อเปรียบเทียบอาการของโรคอัมพาตใบหน้าในทางแพทย์แผนไทยกับทางแพทย์แผนปัจจุบันจะพบว่ารอยโรคเกิดจากความผิดปกติเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่สั่งการไปยังกล้ามเนื้อหน้าทำให้เกิดสีหน้าต่างๆกัน เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของใบหน้า และยังเป็นเส้นประสาทรับความรู้สึกรับรสจากปลายลิ้นเข้าสู่ cerebrum ในส่วน partial lope หากมีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7เกิดขึ้นจะแสดงอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงซีกหนึ่งหรือทั้งสองซีก โดยส่วนใหญ่จะพบหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า ผู้ป่วยจะรู้สึกแสบตา น้ำตาไหล เมื่อดื่มน้ำหรืออมน้ำจะไหลออกทางมุมปาก บางครั้งจะรู้สึกใบหน้าบวม ตึง ชา เนื่องจากกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ทำงานจะส่งผลทำให้เลือดมาคั่งที่บริเวณนั้นมากกว่าปกติและมีผลกระตุ้นต่อเซลล์ประสาทรับรู้สึกที่ใบหน้า การตรวจและประเมินผู้ป่วยในการแพทย์แผนไทยจะดูลักษณะทั่วไปของใบหน้าและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น การให้ผู้ป่วยหลับตา-ลืมตา ร่วมกับการทดสอบกำลังกล้ามเนื้อตา การยักคิ้ว เลิกหน้าผาก ย่นจมูก การยิ้มและดูลักษณะทั่วไปของกล้ามเนื้อบ่าและโค้งคอร่วมด้วย ผลการตรวจประเมินจะพบว่าซีกที่มีอาการผู้ป่วยจะไม่สามารถหลับตา ยักคิ้ว และย่นจมูกได้ เลิกหน้าผากจะไม่มีรอยย่น และยิ้มมุมปาก 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจพบกล้ามเนื้อบ่าและโค้งคอแข็งเกร็งร่วมได้ การรักษาในทางการแพทย์แผนไทยด้วยการนวดรักษาแบบราชสำนัก มีสูตรการนวดดังนี้ เริ่มจากนวดพื้นฐานบ่าข้างที่มีอาการ 3 รอบ ด้วยน้ำหนักมือ 50 70 90 ปอนด์ ซึ่งตรงกับบริเวณแนวกล้ามเนื้อ Trapezius นวดสัญญาณ 5 หลังข้างที่มีอาการ ตรงบริเวณร่องแนวกระดูกสันหลังระดับคอที่ 7 (cervical ที่ 7) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงศีรษะและใบหน้า นวดสัญญาณ 1-5 ศีรษะด้านหลัง ดังนี้ สัญญาณ 1/2 ศีรษะด้านหลัง บริเวณฐานกะโหลก (Occipital condyle) ข้างขวา/ซ้าย สัญญาณ3/4 ศีรษะด้านหลัง บริเวณเหนือใบหูส่วนบน หรือบริเวณทัดดอกไม้ข้างซ้าย/ขวา (รอยต่อของ Temporal bone & Parietal bone หรือ Lateral suture) และสัญญาณ 5 บริเวณกึ่งกลางฐานกะโหลก (External occipital protuberance) นวดจุดจอมประสาท (anterior fontanelle) อยู่บริเวณกระหม่อมหน้าโดยตำแหน่งนี้วัดจากแนวใบหูตัดกับแนวสันจมูก จากนั้นนวดสัญญาณ 1 หรือ 2 สัญญาณ 3 หรือ 4 แล้วแต่ข้างที่มีอาการและ สัญญาณ 5 ร่วมกับสัญญาณแยก นวดสัญญาณละ 3 ครั้งโดยสัญญาณ 1 หรือ 2 ศีรษะด้านหน้า(Frontalis และ Orbicularis oculi) ร่วมกับกดสัญญาณแยกโดยการกดรีดไปตามแนวคิ้วจากหัวไปหางคิ้ว (กรณีเป็นข้างขวาสัญญาณ 1 หรือข้างซ้าย สัญญาณ 2) นวดสัญญาณ 3 หรือ 4 ศีรษะด้านหน้า(Massater)บริเวณหน้ากกหูข้างขวาหรือข้างซ้ายร่วมกับกดสัญญาณแยกของสัญญาณ 3 หรือ 4 โดยกดรูดจากด้านข้างของปีกจมูกไปตามแนวกล้ามเนื้อ Zygomaticus ไปยังบริเวณหน้ากกหู และนวดสัญญาณ 5 ศีรษะด้านหน้า บริเวณกึ่งกลางของริมฝีปากล่าง(Orbicularis oris) ร่วมกับกดสัญญาณแยกของสัญญาณ 5 บริเวณกึ่งกลางของริมฝีปากบน (ร่องใต้จมูก)
นอกจากการนวดเพื่อการรักษาแล้ว แพทย์แผนไทยจะให้คำแนะนำตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยและการปฎิบัติตนแก่ผู้ป่วย เช่น ในเรื่องการประคบสมุนไพรบริเวณใบหน้าเพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ควรงดรับประทานอาหารรสเย็นหรืออาหารแสลง เช่น แตงกวา แตงโม ฟักเขียว บวบ ข้าวเหนียว ของหมักดอง เหล้า-เบียร์ เป็นต้น แนะนำให้รับประทานอาหารสร้อน สุขุม เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ อบเชย พริกไทย เป็นต้น หลีกเลี่ยงอากาศเย็นควรทำร่างกายให้อบอุ่น ควรใส่แว่นตาเพื่อป้องกันโรคตาอักเสบ และฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยักคิ้ว ย่นจมูก หลับตา ลืมตา ฝึกยิ้ม ฝึกออกเสียง และควรนวดติดต่อกัน 3 วัน แล้วหยุดไป 5 วัน ต่อไปนวดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
โดย อ.กชกร สุขจันทร์