บทความที่คล้ายกัน
-
สครับผิว(ขัดผิว) ดีอย่างไร
ผดุงครรภ์ไทย ·25 พ.ย. 2565
-
พัฒนาการเด็กวัยแรกเกิด - 1 เดือน
ผดุงครรภ์ไทย ·21 ก.พ. 2562
-
มหาหิงคุ์ กับ อาการท้องอืดในเด็ก
ผดุงครรภ์ไทย ·6 พ.ย. 2561
-
คลอดก่อนกำหนด คืออะไร ???
ผดุงครรภ์ไทย ·31 ก.ค. 2561
-
อาการตะคริวน่องในคนท้องแก้ไขอย่างไร
ผดุงครรภ์ไทย ·30 พ.ย. 2560
มีปัญหาเรื่องประจำเดือนจะทำอย่างไรดี? (ตอนที่ 4)
กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับเรื่องของประจำเดือน เป็นเรื่องที่มีความละเอียด และมีความหลากหลายรูปแบบ ในครั้งนี้มาคุยกันในเรื่องของประจำเดือนกับอาการไข้ หรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆว่าไข้ทับระดู หรือระดูทับไข้ ซึ่งทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า “โลหิตปกติโทษอันบังเกิดแต่ขั้วดี” มีลักษณะคือ เมื่อมีระดูมาทำให้เป็นไข้ไป 4 วัน 5 วัน ให้เชื่อม(เซื่องซึม)ไป ไม่รู้ว่าค่ำว่ารุ่ง แลนอนสะดุ้งหวาด เจรจาด้วยผี คนสมมติว่าขวัญไปกินเถื่อน(ขวัญที่ออกไปจากร่างกาย ทำให้มีอาการสะดุ้งผวา ตกใจง่าย) เพราะว่าโลหิตนั้นทำ เมื่อจะบังเกิดนั้นให้คลั่ง (กระวนกระวาย เพ้อ ฟั่นเฟือน) มักขึ้งโกรธ ให้สวิงสวาย (ใจหวิว คลื่นไส้ ตาพร่า จะเป็นลม) หาแรงมิได้ กระทำให้ตัวร้อนเป็นเปลว หาสมปฤดีมิได้ (ไม่มีสติหรือความรู้สึกตัว) (คัมภีร์มหาโชตรัต ตำราการแพทย์ไทยเดิม เล่มที่ 1 ฉบับชำระ พ.ศ.2550) โดยมียารักษาอาการดังกล่าว ได้แก่
- ยาประทุมเกสรา ประกอบด้วย จันทน์ทั้ง 2 อบเชยทั้ง 2 กระดอม บอระเพ็ด แห้วหมู สิ่งละ 2 ส่วน โกฐทั้ง 5 บัวน้ำทั้ง 5 สิ่งละ 4 ส่วน และเบญจกูลตามพิกัด ต้มตามวิธีให้กิน
- ยามหาทิพรส ประกอบด้วย โกฐทั้ง 9 เทียนทั้ง 7 เปราะหอม กระดอม บอระเพ็ด แห้วหมู มะตูมอ่อน ตรีผลา จุกโรหินี ผลสารพัดพิษ ผลจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู อบเชยทั้ง 2 สิ่งละ 2 ส่วน ดอกสะเดา 4 ส่วน ตรีกฏุกตามพิกัด บดทำแท่ง แทรกพิมเสนให้กิน
- ยาโอสถทิพคุณ ประกอบด้วย โกฐทั้ง 5 เทียนทั้ง 5 ผลจันทน์ ดอกจันทน์ จันทน์ทั้ง 3 สมอทั้ง 3 มะขามป้อม พริกไทย สิ่งละ 1 ส่วน อบเชย สมุลแว้ง ชะเอมเทศ กฤษณา กะลำพัก ชะลูด ขอนดอก แก่นสนสักขี บอระเพ็ด สิ่งละ 2 ส่วน แห้วหมู มะตูมอ่อน จุกโรหินี สังกรณี เนระพูสี สิ่งละ 3 ส่วน กระวาน กานพลู เทพธาโร แส้ม้าทะลาย โลดทะนง สิ่งละ 4 ส่วน เลือดแรด ฝางเสน สิ่งละ 5 ส่วน ดอกคำฝอย 6 ส่วน เบญจกูลตามพิกัด บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำกระสายอันควรแก่โรค แทรกพิมเสน
ตารางแสดงสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆ ในตำรับ
| ที่ | สมุนไพร | รสยา | สรรพคุณ |
|---|---|---|---|
| 1 | จันทน์ทั้ง 2 (แดง-ขาว) | ขมหอม | แก้ไข้เพื่อดี แก้ตับพิการ บำรุงประสาทและหัวใจ |
| 2 | อบเชยทั้ง 2 (ไทย-เทศ) | เผ็ดหวาน | แก้ลมอัมพาต แก้ไข้สันนิบาต อ่อนเพลีย ขับผายลม |
| 3 | กระดอม | ขม | บำรุงน้ำดี ลดไข้ |
| 4 | บอระเพ็ด | ขมเย็น | แก้ไข้ทุกชนิด ทำให้เจริญอาหาร บำรุงน้ำดี ทำให้เลือดเย็น |
| 5 | แห้วหมู | เผ็ดขม | ขับลม แก้แน่นหน้าอก แก้อาเจียน ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ |
| 6 | โกฐทั้ง 5 | แก้ไข้จับสั่น ไข้เพื่อเสมหะ หืดไอ แก้โรคปอด ชูกำลัง บำรุงโลหิต แก้ลมในกองธาตุ | |
| 7 | บัวน้ำทั้ง 5 | ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อุจจาระธาตุ แก้ไข้เพื่อลมและโลหิต แก้ไข้รากสาด บำรุงครรภ์ | |
| 8 | เบญจกูล | ร้อน | กระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ บำรุงกองธาตุทั้งห้า |
| 9 | โกฐทั้ง 9 | แก้ไข้จับ ไข้เพื่อเสมหะ หืดไอ แก้โรคปอด บำรุงโลหิต ชูกำลัง แก้ไข้เรื้อรัง แก้หอบสะอึก | |
| 10 | เทียนทั้ง 7 | แก้ลม เสมหะ และดีระคนกัน แก้พิษโลหิต แก้ปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้มุตกิจ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ลมในท้อง แก้พรรดึก แก้ลมครรภ์รักษา | |
| 11 | เปราะหอม | เผ็ดขม | แก้โลหิตที่เจือด้วยลมพิษ ขับลมในลำไส้ |
| 12 | มะตูมอ่อน | ฝาดร้อนปร่า | เจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ ขับผายลม บำรุงกำลัง |
| 13 | ตรีผลา | เปรี้ยวฝาด | แก้ปิตตะ วาตะ เสมหะ ในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมุฎฐาน |
| 14 | จุกโรหินี | ฝาดสุขุม | สมานแผล แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้ลมปลายไข้ |
| 15 | ผลสารพัดพิษ | เย็น | แก้พิษร้อนทุกอย่าง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้เซื่องซึม ดับพิษไข้บิด |
| 16 | ผลจันทน์ | ขม ฝาด เปรี้ยว เผ็ด | แก้ธาตุพิการ บำรุงกำลัง แก้ไข้ บำรุงหัวใจ ขับลม แก้จุกเสียด แก้ท้องร่วง แก้เสมหะโลหิต แก้ปวดมดลูก และบำรุงโลหิต |
| 17 | ดอกจันทน์ | ขม ฝาด ร้อน | บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ ขับลม แก้ปวดมดลูก แก้ท้องร่วง บำรุงกำลัง |
| 18 | กระวาน | เผ็ดร้อน | แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม แก้แน่นจุกเสียด บำรุงกำลัง ขับโลหิต แก้ลมสันนิบาต แก้อัมพาต รักษาอาการเบื่ออาหารคลื่นไส้อาเจียน |
| 19 | กานพลู | เผ็ด | กระจายเสมหะ แก้เสมหะเหนียว แก้ปวดฟัน แก้หืด แก้ลม แก้เหน็บชา แก้พิษโลหิต พิษน้ำเหลือง ขับน้ำคาวปลา แก้ธาตุทั้งสี่พิการ แก้ซางต่างๆ |
| 20 | ดอกสะเดา | ขม | แก้พิษโลหิต กำเดา บำรุงธาตุ ขับลม |
| 21 | ตรีกฏุก | เผ็ดร้อน | แก้วาตะ เสมหะ ปิตตะวาตะ ในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมุฎฐาน |
| 22 | ขอนดอก | จืด | บำรุงตับ ปอด หัวใจ บำรุงครรภ์ แก้ลมวิงเวียน แกไข้ร้อนเพื่อตรีโทษ |
| 23 | แก่นสน | ขมฝาดเผ็ดมัน | แก้อ่อนเพลีย แก้ไข้ แก้เสมหะ กระจายลม บำรุงไขกระดูกและข้อ |
| 24 | สักขี | ร้อนฝาดเมา | แก้รัตตะปิตตะโรค แก้ไข้พิษ |
| 25 | สังกรณี | ขม | แก้ร้อนในกระหายน้ำ ดับพิษไข้ทั้งปวง ถอนพิษไข้กาฬ ลดความร้อน |
| 26 | เนระพูสี | สุขุม | เจริญอาหาร ดับพิษไข้ |
| 27 | เทพธาโร | ร้อน | แก้ลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ |
| 28 | แส้ม้าทะลาย | จืดเย็นติดเมา | แก้พิษร้อน แก้โรคผิวหนัง ประดง ผื่นคัน แก้เมื่อยหลัง บำรุงกำลัง |
| 29 | โลดทะนง | ร้อน | ถอนพิษ แก้พิษงู แก้เสมหะเป็นพิษ แก้หืด แก้วัณโรค เคล็ดขัดยอก |
| 30 | เลือดแรด | มันคาว | บำรุงโลหิต แก้ช้ำใน กระจายโลหิตที่คั่งค้าง |
| 31 | ฝางเสน | ขื่นขมหวานฝาด | บำรุงโลหิต ขับประจำเดือน ทำให้โลหิตเย็น แก้ธาตุพิการ แก้ร้อน แก้โลหิตออกทางทวารหนักเบา |
| 32 | ดอกคำฝอย | หวานร้อน | ขับระดู บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับเหงื่อ ระงับประสาท |
| 33 | มะขามป้อม | เปรี้ยวฝาดขม | แก้กระหายน้ำ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้ไข้ตัวร้อน แก้พิษ |
| 34 | พริกไทย | เผ็ดร้อน | ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ลมอัมพฤกษ์ ขับเหงื่อ |
| 35 | สมุลแว้ง | ร้อนปร่า | แก้ลมวิงเวียน และลมที่ทำให้ใจสั่น แก้พิษหวัด กำเดา แก้ธาตุพิการ |
| 36 | กฤษณา | ขม | คุมธาตุ บำรุงโลหิตและหัวใจ แก้ลมวิงเวียน บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ |
| 37 | กะลำพัก | ขม | แก้ลม แก้ไข้ |
| 38 | ชะลูด | หอมเย็น | ขับผายลม แก้ปวดในท้อง บำรุงหัวใจ บำรุงครรภ์ แก้ดีพิการ แก้ไข้ แก้ปวดบวม |
จากการวิเคราะห์ตำรับยาทั้ง 3 ตำรับ พบว่า ทุกตำรับจะมีรสยาออกไปทางขม เผ็ดร้อน และมี บอระเพ็ด แห้วหมู อบเชย และโกฐ ซึ่งมีสรรพคุณในการลดไข้ทุกชนิด แก้ไข้เรื้อรัง ขับเหงื่อ ขับลม ชูกำลัง อีกทั้งในแต่ละตำหรับนั้นมีตัวยาที่ช่วยบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุในร่างกายประกอบกันไปด้วย ซึ่งช่วยลดอาการไข้ตัวร้อนได้โดยไม่กระทบกับประจำเดือน
อ้างอิง:
- ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) เล่มที่1 ฉบับชำระ พ.ศ.2550
- รายงานปฏิบัติการคณาเภสัช คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- เครื่องยาไทย 1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช
- www.phargarden.com
- www.thaicrudedrug.com
- www.samunpri.com
บทความโดย นางสาวสลิลทิพย์ ฟุ้งธรรมสาร นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์