Aug042014

สมุนไพรบำรุงน้ำนม

All rights reserved by TTME-PSU

เนื่องจากเมื่อทารกคลอดออกมาจำเป็นต้องดูดนมแม่ สารอาหารที่ได้จึงได้ผ่านทางน้ำนมแม่ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารในระยะหลังคลอดเพื่อบำรุงน้ำนมจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมารดาหลังคลอดและทารกอย่างมาก

ตัวอย่างสมุนไพรที่หาได้ง่ายและสามารถนำไปประกอบเมนูอาหารเพื่อเพิ่มน้ำนม

  • ใบกะเพรา ในใบจะมีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหารสูง ความร้อนจากใบกะเพราช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หวัด คลื่นไส้ อาเจียน ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น ยิ่งถ้าเด็กได้รับจากนมแม่ ก็จะช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กด้วยนำมาทำ ผัดกะเพรา แกงป่าหรือผัดเผ็ด
  • หัวปลี อุดมไปด้วยแคลเซียม (มากกว่ากล้วยสุกถึง 4 เท่า) โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี บีตาแคโรทีน ช่วยแก้โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ บำรุงเลือด ตั้งแต่โบราณสอนกันต่อๆมาว่าผู้หญิงที่คลอดลูกใหม่ๆ ให้กินหัวปลีมากๆ จะได้มีน้ำนมให้เลี้ยง นำมาทำยำหัวปลี ลวกจิ้มน้ำพริก (เวลาลวกให้ใส่เกลือและน้ำตาลลงในน้ำที่ต้มด้วย จะได้ลดความฝาด)
  • กุยช่าย มี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก คาร์โบไฮเดรตบีตาแคโรทีนวิตามินซี ช่วยขับน้ำนม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม นำใบมากินสดแกล้มกับอาหารอื่นๆ แต่ที่นิยมคือ ใส่ผัดไทย

ตัวอย่างสมุนไพรที่สามารถนำมาทำเครื่องดื่ม หรือของหวานเพื่อเพิ่มน้ำนม

  • ขิง มีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ บีหนึ่ง บีสอง คาร์โบไฮเดรต ขับลม แก้อาเจียน ขับเหงื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำนมไหลได้ดี ลดอาการอาเจียน และเชื่อว่าเมื่อคุณแม่กินเข้าไป สรรพคุณที่ดีของขิงจะผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูก ทำให้ลูกไม่ปวดท้อง นอกจากจะนำไปทำยำขิง ไก่ผัดขิงโจ๊กใส่ขิงได้แล้วสามารสามารถทำเป็นเครื่องดื่ม ได้คือ น้ำขิงต้มอุ่นๆ บัวลอยน้ำขิง

นอกจากอาหารแล้ว คุณแม่หลังคลอดควรดื่มน้ำอุ่นมากๆเพราะขณะที่แม่ให้นมร่างกายจะสูญเสียน้ำถึงวันละ 2 ลิตร (ประมาณ 2 ขวดลิตร)จึงควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยให้เพียงพอ การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์อย่างมากทั้งตัวคุณแม่หลังคลอดเองและตัวลูกน้อย เพราะพัฒนาการทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาที่สมบูรณ์หรือไม่นั้น ย่อมมาจากการได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ

บทความโดย นางสาวพิมพ์วิภา แพรกหา แพทย์แผนไทยประยุกต์
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์