Program

หลักสูตรปริญญาตรี

ชื่อหลักสูตร

หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต (Bachelor of Thai Traditional Medicine Program)

ชื่อปริญญา

ชื่อเต็ม:
การแพทย์แผนไทยบัณฑิต Bachelor of Thai Traditional Medicine
ชื่อย่อภาษาไทย:
พท.บ.
ชื่อย่อภาษาอังกกฤษ:
B.TM.

ปรัชญาของหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต

ผลิตบัณฑิตทางด้านการแพทย์แผนไทย ให้เป็นผู้ที่สามารถนำความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟู สุขภาพของประชาชน และนำไปสู่การใช้ประโยชน์และเป็นที่ยอมรับ ตลอดจนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ

รายละเอียดหลักสูตร

คณะการแพทย์แผนไทย เปิดสอนหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต เพื่อผลิตบัณฑิตทางด้านการแพทย์แผนไทย ที่สามารถนำความรู้และทักษะทางด้านการแพทย์แผนไทย ไปประกอบวิชาชีพได้เป็นอย่างดี มีทักษะในเชิงวิชาชีพ ทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการจัดการ วิเคราะห์ สามารถพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์แผนไทย และผสมผสานความรู้ทางด้านแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันให้เกิดเป็นความรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคมและการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ

สาระความรู้ที่เรียน ประกอบด้วย 4 หลักวิชาด้านการแพทย์แผนไทย ดังนี้

1.เวชกรรมไทย:
เกี่ยวกับการตรวจโรค การหาสาเหตุของการเกิดโรค การวางแผนการรักษาโรค และการตั้งตำรับยารักษาโรค
2.เภสัชกรรมไทย:
เกี่ยวกับเภสัชวัตถุ สรรพคุณเภสัช คณาเภสัช และเภสัชกรรม (การปรุงยาแผนไทย)
3.การผดุงครรภ์ไทย:
เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก ทั้งก่อน-ระหว่าง-หลังคลอด
4.การนวดไทย:
เกี่ยวกับการนวดพื้นฐาน นวดราชสำนัก นวดเพื่อการรักษา นวดไทยทักษิณ นวดบริการสุขภาพ

โครงสร้างหลักสูตร

หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต เป็นหลักสูตร 4 ปี วุฒิที่ได้รับ คือ พท.บ.(การแพทย์แผนไทยบัณฑิต)
โครงสร้างหลักสูตร หน่วยกิต
ก. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป

  1. กลุ่มวิชาภาษา
  2. กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

30 หน่วยกิต

  • 12 หน่วยกิต
  • 10 หน่วยกิต
  • 8 หน่วยกิต

ข. หมวดวิชาเฉพาะ

  1. กลุ่มวิชาพื้นฐานทางวิชาชีพ
  2. กลุ่มวิชาชีพ

115 หน่วยกิต

  • 51 หน่วยกิต
  • 64 หน่วยกิต

ค. หมวดวิชาเฉพาะ 6 หน่วยกิต
รวมตลอดหลักสูตร 151 หน่วยกิต

จุดเด่นของหลักสูตร

เป็นหลักสูตรที่เน้นทั้งวิชาบรรยาย วิชาปฏิบัติการ และการฝึกปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพหรือฝึกประสบการณ์ทางวิชาชีพ ในวิชาปฏิบัติการจะเน้นสอนให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติตรวจวินิจฉัยโรคและจ่ายยารักษาผู้ป่วยจริง รู้จักสมุนไพรที่มีการนำมาใช้เป็นยาทั้งในรูปแบบสดและแห้ง ฝึกให้สามารถเตรียมยาแผนไทยในรูปแบบยาเตรียมต่างๆ เช่น ผง เม็ด แคปซูล ฯลฯ นอกจากนี้ยังฝึกให้สามารถเตรียมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในหลากหลายรูปแบบ เช่น ครีม เจล แคปซูล ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ และทักษะ ที่จะออกไปประกอบอาชีพด้านการแพทย์แผนไทยได้เป็นอย่างดี

มีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่จะสำเร็จการศึกษา โดยจัดให้มีการสอบประมวลความรอบรู้ก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกันคุณภาพการศึกษาของหลักสูตร และเป็นการวัดผลการประมวลความรู้เชิงวิชาชีพทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่าบัณฑิตที่จะสำเร็จการศึกษาออกไปประกอบวิชาชีพ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ให้กับนักศึกษา ได้แก่ การพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสอบใบประกอบโรคศิลปะด้านการแพทย์แผนไทยใน 4 ประเภท คือ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทย และผดุงครรภ์ไทย มีการเตรียมความพร้อมและปลูกฝังให้นักศึกษามีความคิดในการสร้างงาน และการประกอบอาชีพอิสระ ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เป็นต้นไป และมีการจัดโครงการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในการสมัครงาน สัมภาษณ์งานและการทำงาน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร (ELO)

  1. ด้านคุณธรรมจริยธรรม
    • 1.1 ระเบียบวินัย ซื่อสัตย์มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และเป็นผู้มีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
    • 1.2 มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่นทั้งในการดำรงตนและการปฏิบัติงาน
    • 1.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและหลักสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก สิทธิผู้บริโภคสิทธิผู้ป่วย ตลอดจนสิทธิในการปฏิบัติการของแพทย์แผนไทยโดยคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
    • 1.4 มีจิตสาธารณะที่ถูกต้องและดีงาม และถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
    • 1.5 ตระหนักและเห็นคุณค่าความเป็นไทยและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทั้งในระดับ ท้องถิ่นและนานาชาติและดำเนินชีวิตบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  2. ด้านความรู้
    • 2.1 มีความรู้และความเข้าใจในศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานชีวิตและพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สุขภาพที่ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์กฎหมายและการปกครองระบอบประชาธิปไตย
    • 2.2 มีความรู้และความเข้าใจนหลักการและทฤษฏีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และสามารถบูรณาการกับศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง
    • 2.3 มีความรู้และทักษะในกระบวนการวิจัย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพได้
    • 2.4 สามารถติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์และ/หรือคณิตศาสตร์อยางต่อเนี่อง
  3. ด้านทักษะทางปัญญา
    • 3.1 ตระหนักรู้ในศักยภาพและสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของตนเพื่อพัฒนาตนเองให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นสามารถนำไปสู่การปฏิบัติทางการแพทย์แผนไทย การสอนการแสวงหาความรู้ที่มีประสิทธิภาพและการเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง
    • 3.2 สามารถสืบค้นรวบรวม วิเคราะห์ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลสรุปจาก แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง และแก้ไขปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้มีคุณภาพในการให้บริการทางการแพทย์แผนไทย
    • 3.3 สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทางการวิจัยและนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาวิธีการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบททางสุขภาพที่เปลี่ยนไป
    • 3.4 สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุมีผล ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์
    • 3.5 สามารถนำความรู้ไปเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจและสร้างสรรค์สังคม
    • 3.6 สามารถบูรณาการความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม
  4. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
    • 4.1 มนุษยสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมงานผู้บังคับบัญชาและทำงานเป็นทีมร่วมกับวิชาชีพอื่นได้
    • 4.2 สามารถแสดงออกซึ่งภาวะผู้นำในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในองค์กรในสถานการณ์ที่หลากหลาย และสถานการณ์เฉพาะหน้า
    • 4.3 ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่อสังคมและการพัฒนาตนเอง วิชาชีพ องค์กรและสังคมอย่างต่อเนื่อง
    • 4.4 มีความสามารถในการปรับตัวรับฟัง ยอมรับความคิดเห็น ทางานกับผู้อื่นได้ทัั้งในฐานะผู้นำและผู้ตาม
    • 4.5 มีความคิดริเริ่ม สามารถวางแผน และตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม
  5. ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
    • 5.1 สามารถประยุกต์ใช้หลักตรรกะ คณิตศาสตร์และสถิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
    • 5.2 สามารถสื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด การฟัง การอ่านการเขียนและเลือกใช้รูปแบบการสื่อสารข้อมูลนำเสนอได้อยางเหมาะสม
    • 5.3 สามารถใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่อการแสวงหาความรู้ การรวบรวม การประมวล การวิเคราะห์ และการนำเสนอข้อมูล
  6. ด้านทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ
    • 6.1 มีความสามารถในการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด การรักษาป้องกันโรคการสั่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ แก่ผู้ใช้บริการด้วยกรรมวิธีทางการแพทย์แผนไทย
    • 6.2 มีความสามารถในการเตรียมยา การผลิตยาการปรุงยา การจ่ายยา และการควบคุม คุณภาพของยาแผนไทย ให้มีคุณภาพตามหลักสากล
    • 6.3 มีความสามารถในการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัดและการรักษาสุขภาพของหญิง มีครรภ์ทั้งในระยะตั้งครรภ์และระยะหลังตั้งครรภ์ด้วยกรรมวิธีทางการแพทย์แผนไทย
    • 6.4 มีความสามารถในการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัดและการรักษาโรคแก่ผู้ใช้บริการโดย ใช้ศิลปะการนวดไทย

แหล่งงานรองรับ

เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถเข้าทำงานทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในโรงพยาบาล และ/หรือ สถานพยาบาลที่มีการให้บริการสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในปัจจุบันสถานบริการสุขภาพของภาคเอกชน เช่น สถานบริการนวดไทย สปาไทย มีความต้องการบุคลากรทางด้านการแพทย์แผนไทยสูงมาก นอกจากนี้เมื่อได้รับใบประกอบโรคศิลปะ ยังสามารถประกอบอาชีพอิสระด้านการแพทย์แผนไทยได้อีกด้วย ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทย และผดุงครรภ์ไทย

ประมาณค่าใช้จ่ายในการศึกษา

นักศึกษาระดับปริญญาตรี เหมาจ่าย 22,000 บาท ต่อภาคการศึกษา หรือประมาณ 176,000 บาท ตลอดหลักสูตร

ดาวน์โหลด

Read 999 times