Jan222021

ผลของกาแฟต่อสุขภาพ

All rights reserved by TTME-PSU

สวัสดีค่ะ วันนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงเครื่องดื่มยอดนิยมของคนในสังคมปัจจุบัน เชื่อว่าในเช้าที่เร่งรีบและต้องการเติมพลังให้พร้อมกับการทำงาน หลายๆคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี้เป็นตัวช่วยอย่างดีในการเติมความกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัว ใช่แล้วค่ะ ผู้เขียนกำลังจะพูดถึง “การดื่มกาแฟ”นั่นเอง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่แค่นิยมดื่มกันในตอนเช้าเท่านั้น สำหรับบางท่านอาจอยู่ในอีกหลายๆมื้อของวัน ซึ่งปัจจุบันกาแฟก็มีหลากหลายเมนู หลากหลายรสชาติ และประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งนั่นก็คือ แท้จริงแล้วการดื่มกาแฟเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกันแน่ วันนี้ผู้เขียนจึงนำข้อมูลดีๆมาฝาก ติดตามกันเลยค่ะ

ในเมล็ดกาแฟจะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่พบได้สูงจากกาแฟ มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้อกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว1 ทั้งนี้ปริมาณคาเฟอีนก็ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการด้วย อีกทั้งปริมาณคาเฟอีนที่แตกต่างกันส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกัน

กาเฟอีนขนาดต่ำ (50-200 มก.) จะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า สดชื่น ในขณะที่เมื่อเพิ่มปริมาณกาเฟอีนเพียงเล็กน้อยเป็นขนาดปานกลาง (200-500 มก.) อาจทำให้ปวดศีรษะ เครียด กระวนกระวาย มือสั่น นอนไม่หลับ และกาเฟอีนขนาดสูง (1,000 มก.) จะเริ่มทำให้เกิดกาเฟอีนเป็นพิษ (caffeinism) ซึ่งจะมีอาการกระสับกระส่ายอยู่นิ่งไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อย[2]

coffee 1
ที่มารูปภาพ https://women.trueid.net/detail/VGl0YD6dVXbG

แม้ว่าคาเฟอีนจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ตื่นตัว แก้ง่วงได้แล้วยังพบว่ามีการออกฤทธิ์ต่อร่างกายส่วนอื่นๆ ด้วย โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ได้แก่ ใจสั่น ชีพจรเร็วขึ้น เวียนหัว กระสับกระส่าย ปากแห้ง ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ปัสสาวะเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงนี้จะมากหรือน้อยอย่างไรนั้น ก็ขึ้นกับปัจจัยแต่ละบุคคลและปริมาณที่ได้รับด้วย[1,2]

coffee 2
ที่มารูปภาพ http://myweb.cmu.ac.th/540210064/Coffee3.htm

แม้คาเฟอีนในปริมาณมากจะส่งเสียต่อร่างกาย แต่ก็มีงานวิจัยหลายงานที่ระบุว่า กาแฟอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคบางอย่างได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน (diabetes) ช่วยป้องกันภาวะตับแข็ง (cirrhosis) ลดความเสี่ยงต่อการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์ (gout) และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย[3] เป็นต้น

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่ากาแฟมีทั้งผลดีและผลเสีย ดังนั้นการดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และพอเหมาะกับตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการดื่มกาแฟอาจก่อผลเสียได้ค่อนข้างมากในคนบางกลุ่ม เช่น คนเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คนเป็นโรคกระเพาะอาหาร คนเป็นโรคกรดไหลย้อน3 เป็นต้น และหากคุณเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นประจำ ต้องอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน2 และทราบไว้เสมอว่าเราไม่ควรดื่มกาแฟปริมาณมากเพื่อโหมทำงานหนัก เพราะถึงแม้ร่างกายจะตื่นตัวพร้อมทำงานแค่ไหน แต่การพักผ่อนที่เพียงพอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็ย่อมเป็นอาหารที่ดีที่สุดและส่งผลต่อประสิทธิภาพของสมอง สำหรับวันนี้ผู้เขียนหวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน และติดตามกันใหม่ว่าครั้งหน้าผู้เขียนจะนำอะไรมาฝาก สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

  1. https://www.pobpad.com
  2. https://www.doctor.or.th/article/detail/10283
  3. https://www.summacheeva.org/article/coffee
  4. https://women.trueid.net/detail/VGl0YD6dVXbG
  5. http://myweb.cmu.ac.th/540210064/Coffee3

บทความโดย
นางสาวภัทรนันท์ บุญหาว นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์