Jul312018

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้

หากเอ่ยชื่อ “ราชาผลไม้ไทย” คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ทุเรียน” (Durian) ผลไม้ที่มีเปลือกเป็นหนาม เนื้อสีเหลืองทองกับรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกับผลไม้ใดๆ ในโลก อีกทั้งกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ บางคนก็ว่าเหม็น บางคนก็ว่าหอม อีกทั้งในช่วงฤดูกาลของทุเรียนนี้ ราชาผลไม้เนื้อแน่นรสหวานมันก็จะมีราคาสูงขึ้นไปตามพันธุ์ และขนาด เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า “ทุเรียน” หากกินในปริมาณที่มากเกินไปก็จะให้โทษแก่ร่างกายได้ เพราะเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และทำให้ตัวร้อน แต่จริงๆ แล้วทุเรียนมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นๆ อย่างที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ความจริงทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่คุ้นเคยกันดีของคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำว่า ทุเรียน (durian) มาจากภาษามาลายู คือคำว่า duri (หนาม) ทุเรียนเป็นพืชพื้นเมืองของบรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และเป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกมาประมาณ 600 ปีมาแล้ว ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ได้พรรณนาถึงทุเรียนว่า “เนื้อในมันเหมือนคัสตาร์ดอย่างมาก รสชาติคล้ายอัลมอนด์”


ที่มารูปภาพ : https://health.mthai.com/app/uploads/2017/06/durian02.jpg

อันที่จริงในทางการแพทย์แผนไทย ทุกส่วนของทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับร่างกายคนเราได้ โดย

  • ใบ รสขมเย็นเฝื่อน ช่วยแก้ไข้ แก้ดีซ่าน ขับพยาธิ
  • เนื้อทุเรียน รสหวานร้อน ให้ความร้อนแก้โรคผิวหนังทำให้ฝีแห้งและขับพยาธิ
  • เปลือกทุเรียน รสฝาดเฝื่อน ใช้สมานแผล แก้น้ำเหลืองเสียพุพอง แก้ฝีตานซาง คุมธาตุ แก้คางทูม และไล่ยุงและแมลง
  • ราก รสฝาดขม ใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง


ที่มารูปภาพ : https://health.mthai.com/app/uploads/2017/06/durian-22.jpg

หน้านี้ฤดูนี้จะไม่พูดถึงทุเรียนก็คงไม่ได้ ด้วยที่ทุเรียนได้ถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ด้วยรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้มีคนชอบและไม่ชอบรับประทานอยู่พอๆ กัน ซึ่งถ้าในทางสุขภาพแล้วทุเรียนเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีปริมาณค่าดัชนีน้ำตาลและมีไขมันมาก นอกจากนี้ในทุเรียนยังอุดมไปด้วยกำมะถัน เมื่อทานเข้าไปมากๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ร้อนในและรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวอีกด้วย จึงควรรับประทานแต่น้อย และสำหรับบุคคลทั่วไปควรจะบริโภคแต่น้อย และยังมีความเชื่อโบราณที่ห้ามให้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีดันโลหิตสูงรับประทานทุเรียน และไม่ควรรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ เพราะเป็นของร้อนทั้งคู่

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับวันนี้คงได้รู้ทั้งประโยชน์และโทษของทุเรียนไปแล้ว หวังว่าผู้ที่โปรดปรานทุเรียนจะพึงกินอย่างระวังและพอดี เพราะกินพอดีๆ ก็จะได้ประโยชน์ไป แต่ถ้ากินแบบไม่รู้จักพอก็จะได้รับโทษจากทุเรียน อย่าให้สิ่งที่คุณรักมาทำลายหรือก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ “love to Eat, love your Health too” ด้วยความปรารถนาดีจากคณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บทความโดย
นายบดินทร์ ชาตะเวที นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์