Oct102017

แพทย์แผนไทยกับอาการปวดเข่า(1)

All rights reserved by TTME-PSU

กำลังเริ่มเข้ามาทุกขณะสำหรับสังคมผู้สูงอายุ หลายคนอาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายคนมีการเตรียมความพร้อมไว้บ้างแล้ว บางคนก็รู้สึกเฉยๆ เนื่องจากมีเวลาอีกยาวไกล แล้วการแพทย์แผนไทยมีบทบาทอย่างไรบ้างเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุนี้

อันที่จริงแล้วเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไป จากเด็กเป็นวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยทำงาน วัยทำงานเป็นวัยชรา ก็ดูๆปกติดี ธรรมชาติมีการจัดการในตัวมันอยู่แล้วในตัวเอง มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้การแพทย์มีความเจริญก้าวหน้ามากมาย ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น เทคโนโลยีในการรักษาโรคมีความทันสมัยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนใครเป็นมะเร็งนี่ต้องเสียชีวิตอย่างเดียว ระบบการคัดกรองโรค หรือการรักษานั้นไม่ค่อยมีและไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนั้น หากทราบว่าเป็นโรคก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีก็จะไม่เสียชีวิต และอีกหลายๆโรคที่สามารถใช้เครื่องมือหรือการรักษาที่ทันสมัยช่วยยื้อชีวิตต่อไปไว้ได้ คือพูดง่ายๆว่า ผู้คนเสียชีวิตน้อยลงนั้นเอง แต่ธรรมชาติก็มีการจัดการและรับมือกับสิ่งนี้โดยการสร้างโรคใหม่ๆขึ้นมาแทนโรคเดิม พูดไปก็เหมือนเรื่องตลก แต่มันเป็นความจริง ปัจจุบันโรคใหม่ๆโรคแปลกๆเยอะมาก แบบที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน เช่นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ มีมาให้เห็นทุกปี โรคระบาดในแต่ละภูมิภาค ฯลฯ

เมื่อผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นก็ทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกายมากขึ้น โรคยอดฮิตติดชาร์ตที่ผู้สูงอายุเป็นกันเกือบทุกคนคือ “เข่าเสื่อม” เข่าเสื่อมสาเหตุเกิดจากอะไร มีกี่ชนิด การรักษา และคำแนะนำ

ปกติเข่าเสื่อม ทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า “จับโปงเข่า” ซึ่งเกิดจากการใช้งานมากจนเกินไป ทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกายขึ้น จริงๆแล้วอาการปวดเข่า หรือเข่าเสื่อมนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดกับผู้สูงอายุเสมอไป ผู้ที่ใช้งานเข่าหนักๆหรือเป็นประจำทุกวันเช่น การขึ้นลงบันได หรือการเดินเยอะๆ การเล่นกีฬาที่มีการกระแทกของข้อเข่าอยู่ตลอด เช่น วิ่ง ฟุตบอล บาสเกตบอล ฯลฯ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดอาการปวดเข่าหรือโรคเข่าเสื่อมทั้งสิ้น

อาการปวดเข่าหรือเข่าเสื่อม ทางการแพทย์แผนไทย มี 2 ชนิด คือ 1.ลมจับโปงแห้งเข่า(ชนิดไม่บวม) 2.ลมจับโปงน้ำเข่า(ชนิดบวม อาจมีลักษณะแดง ร้อนร่วมด้วย) ปกติตามข้อต่างๆของร่างกาย เป็นจุดพักของเลือดและลม หากลมเกิดการติดขัดเหรือไหลเวียนไม่ดีก็จะเกิดการคั่งของเลือด จึงทำให้มีความร้อนร่วมด้วย ลมที่ทำให้เกิดการปวดเข่าคือ ลมสัตถกวาตะ คือ ลมที่คม แหลม เหมือนอาวุธ ลักษณะรวดเร็วฉับพลัน เจ็บแปลบๆ ส่วนใหญ่เกิดตามข้อต่างๆของร่างกาย

โดยปกติผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาด้วยอาการแบบไม่บวมก่อน(จับโปงแห้งเข่า) เนื่องจากว่ามีอาการเจ็บมากจนทนไม่ไหว และหากเกิดลักษณะอาการแบบนี้ซ้ำๆเรื่อยๆก็จะกลายเป็นจับโปงน้ำเข่า (มีอาการบวม แดง ร้อน ร่วมด้วย) ซึ่งอาการของลมจับโปงน้ำเข่านั้นจะรักษาค่อนข้างยากกว่า เนื่องจากมีข้อจำกัดและมีความซับซ้อนในการรักษาที่มากกว่านั่นเอง

บทความโดย นายคมจักร แก้วน้อย แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์