Nov302016

เต้านมคัดจัดการอย่างไร???

All rights reserved by TTME-PSU

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้ชายแตกต่างจากผู้หญิง คือการตั้งครรภ์ ซึ่งเมื่อผ่านพ้นช่วงระยะเวลาตั้งครรภ์ และคลอดแล้วนั้น หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผู้หญิง คือ การเป็น แม่ โดยการเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง ทารกในช่วงแรกเกิดจะยังไม่สามารถรับประทานอาหารอย่างอื่นได้ สารอาหารที่สำคัญที่สุดที่ทารกควรได้รับหลังจากการคลอด คือ น้ำนมแม่ แล้วถ้าหากไม่มีนมเพียงพอให้ลูกกิน จะเป็นอย่างไร?

น้ำนมไม่ไหลหลังคลอด หมายถึง ไม่มีน้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของทารก 2 สัปดาห์ หลังการคลอด คุณแม่หลังคลอดมักจะมีอาการคือ เต้านมคัดตึง รู้สึกหนัก และเจ็บเต้านม เต้านมบวมแข็งเป็นไต บางครั้งผิวหนังบริเวณเต้านมมีความร้อนร่วมด้วย อาการเหล่านี้ล้วนทำให้คุณแม่ไม่มีน้ำนม หรือมีแต่มีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารก ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ถือว่าสาเหตุที่ทำให้มีอาการคัดตึงเต้านม หรือน้ำนมไม่ไหลหลังคลอดนี้เกิดจากสมุฏฐาน วาตะหย่อน หรือ (ลม) น้อย การที่ร่างกายมีการผลิตน้ำนม แต่เพราะมีกำลังลมไม่พียงพอในการขับเคลื่อนน้ำนมออกจากต่อมน้ำนม หรือท่อน้ำนมจึงเกิดการอุดตันของน้ำนมอยู่ภายในท่อน้ำนม จึงทำให้คุณแม่รู้สึกคัดตึงเต้านม รู้สึกเจ็บ และคัดนมจับพบเต้านมแข็งเป็นไตและ น้ำนมไม่ไหล บางรายอาการรุนแรงถึงขั้นเต้านมอักเสบ เป็นหนอง อ่านมาจนถึงตอนนี้ เชื่อว่าคุณแม่หลายท่านคงสงสัยว่าตัวเองมีอาการดังกล่าวนี้หรือไม่!! งั้นลองใช้มือของตัวเอง จับคลำดูเต้านมว่ามีแข็งเป็นก้อนเป็นไต รู้สึกเจ็บหรือพบเต้านมอักเสบ บวม ร้อนหรือไม่ และหากคุณแม่มีอาการดังกล่าว ควรทำอย่างไร?? อย่างแรก คุณแม่ควรประเมินอาการว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน หากมีอาการคัดตึงที่ไม่รุนแรง ไม่พบอาการอักเสบ บวม ร้อน คุณแม่สารถน้ำมือตัวเองบีบเองและรีดน้ำนมเอง โดยหมั่นให้ลูกดูดนมบ่อยๆๆ อาการจะดีขึ้น และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเต้านม หรือหากมีอาการที่รุนแรงเช่น เจ็บเต้านมมาก แตะไม่ได้ พบก้อนเต้านมแข็งเป็นไต มีอาการอักเสบ เต้านมบวม หรือมีหนองไหล คุณแม่ควรรีบทำการรักษาโดยการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการรักษาทางการแพทย์แผนไทย จะมีการรักษาโดยการนวดเต้านม การประคบสมุนไพร การอบสมุนไพร และการจ่ายยาสมุนไพร โดยแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการให้คำแนะนำในการดูแลและปฏิบัติตัวดังนี้ คือ

  1. หมั่นให้ทารกดูดนมบ่อยๆ อย่าให้หัวนมหลุดออกจากปากของทารก
  2. ควรดื่มน้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ทันทีหลังจากการให้นม
  3. ทำจิตใจให้สบายไม่เครียด
  4. รับประทานอาหารมีส่วนผสมของสมุนไพรบำรุงน้ำนม เช่น ใบยอป่า ขิง พริกไทย กระเพรา แมงลัก หรือ ฟักทอง เป็นต้น
  5. หมั่นออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การแกว่งแขน การวิ่งเหยาะ
  6. ไม่ดื่มเครื่องดื่มของมึนเมา หรืออาหารหมักดอง

เชื่อว่าหากคุณแม่มีน้ำนมที่สมบูรณ์ เพียงพอเพื่อให้ลูกได้กินย่อมทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง ตามวัย ลดโอกาสการเจ็บป่วยได้มากว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ เพราะสารอาหารที่สำคัญที่สุดที่ทารกแรกเกิดควรได้รับมีอยู่ในนมแม่ จึงส่งเสริมให้มีการให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนหลังคลอด และ จนถึงระยะเวลาหย่านม

บทความโดยนางสาวพิมพ์วิภา แพรกหา แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์