Aug302016

ทำอย่างไรเมื่อรู้สึกปวดเข่า?

All rights reserved by TTME-PSU

เข่า หรือ ข้อเข่า นับว่า เป็นอวัยวะชิ้นเล็กอีกชิ้นหนึ่งของร่างกาย ที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากเมื่อมีอาการปวดเข่าเกิดขึ้นมามักจะไม่ธรรมดา เพราะเข่ามีหน้าที่ทำให้เราลุก เดิน ยืน นั่งได้สะดวก เมื่อเกิดความผิดปกติหรืออาการปวดเข่าขึ้นมักจะสร้างความไม่สะบายกาย และใจให้เราได้!!!

ส่วนประกอบหลักของข้อเข่า นอกจากจะมีกระดูกสะบ้าเข่า ยังมี หมอนรองกระดูกข้อเข่า เอ็นยึดข้อ ผังผืดหุ้มข้อ เยื่อหุ้มข้อ และน้ำหล่อเลี้ยงข้อ หรือที่เรียกว่าน้ำไขข้อเข่า ตลอดจนกล้ามเนื้อรอบเข่า ซึ่งหากส่วนประกอบเหล่านี้มีความผิดปกติ ก็มักจะทำให้มีอาการปวดหรือเจ็บเข่าตามมาได้ แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดเข่าได้ล่ะ?

สาเหตุของอาการปวดเข่าเกิดขึ้นได้จาก

  1. การผิดรูปของข้อเข่า ขาผิดรูป
  2. จากพฤติกรรม ท่าทางลักษณะการอยู่ในท่าเดิมนานๆ เช่น การนั่งงอเข่า การยืนนาน การเดินมาก
  3. การใช้งานเข่ามากเกินไป เช่น นักกีฬาวิ่ง การปั่นจักรยานนานๆ ยืน เดินตลอดทั้งวัน พ่อค้าแม่ค้า พนักงานขายของ
  4. อุบัติเหตุ หกล้ม เข่ากระแทก
  5. เข่าเสื่อมจากวัยที่เพิ่มขึ้น
  6. ความอ้วน คนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์
  7. การรับประทานอาหารแสลงมากเกินไป เช่น ข้าวเหนียว เครื่องในสัตว์ หน่อไม้ของหมักดอง เหล้าเบียร์ เพราะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นกรดแลคติกไปสะสมตามกล้ามเนื้อจึงทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยได้ง่ายกว่าปกติ

แล้วอาการใดบ้างที่ต้องระวังหรือรีบรับการดูแล? ผู้ป่วยหลายรายมักจะรู้สึกขัดๆที่ข้อเข่า หรือ ฝืดในข้อเป็นครั้งคราว จากการที่ข้อเข่าอยู่ในท่าเดิมนานเป็นเวลานานเกินไป อาจพบมีอาการเสียว และปวดในข้อเข่ามาก เสียงดังในข้อเข่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว และในผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการอักเสบในข้อ เกิดอาการ บวม แดง ร้อนบริเวณเข่าร่วมด้วย แล้วเมื่อมีอาการปวดเข่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง? เริ่มแรกเราควรประเมินอาการก่อนว่า เรามีอาการปวดในข้อเข่า มากข้อแค่ไหน แล้วอาการปวดนั้นน่าจะเกิดขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อรอบเข่า เส้นเอ็นยึดเข่า หรืออาการปวด เสียว และเจ็บมาก ที่อาจจะเกิดจากการเสียดสีของกระดูกข้อเข่า ในเบื้องต้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

  1. ควรหลีกเลี่ยงการทำอิริยาบถที่ทำให้มีอาการปวดเข่ามากขึ้น เช่น การเดินขึ้นลงบันไดหลายๆขั้น การนั่งยอง การนั่งท่าเดิมนาน การยืน เดินมาก และการออกกำลังกายบางประเภทที่ทำให้มีอาการปวดเข่าได้มากขึ้น เช่น การปั่นจักรยาน การวิ่ง
  2. ควรลดน้ำหนักตัวเมื่อพบว่าน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์
  3. การบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า ทำให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้น โดยนั่งบนเก้าอี้แล้วเหยียดเข่าตรง เกร็งเข่าประมาณ 5 วินาทีแล้ววางขาลงพักทำซ้ำ 10-20 ครั้ง สลับทำอีกข้าง ทำสลับไปมา 5-10 นาที วันละ 3-5 ครั้ง
  4. งดอาหารแสลง เช่น ข้าวเหนียว หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ห้ามบิด ดัดสลัด ขา และข้อเข่าที่รุนแรง
  6. ประคบร้อนชื้น 10-15 นาที เช้า – เย็น
  7. นวดรักษาอาการ และประเมินผลการรักษาต่อเนื่อง

บทความโดย: พท.ป.พิมพ์วิภา แพรกหา โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์