Sep232015

อาหารเช้าจำเป็น(แค่ไหน)?

All rights reserved by TTME-PSU

โดยปกติทั่วไปคนเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และตรงเวลาด้วย นั้นคือ เช้า กลางวัน เย็น เนื่องจากร่างกายมนุษย์นั้นมีการย่อยอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เรานอน ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม แต่ร่างกายก็ยังคงใช้พลังงานอยู่ ถึงจะไม่มากก็ตาม ทำให้เรารู้สึกหิวหลังจากตื่นนอน แต่การใช้ชีวิตในปัจจุบัน มนุษย์เราคนวัยทำงานมีความเร่งรีบ และภารกิจการงานหน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละวัน จึงละเลยการรับประทานอาหารบางมื้อไป โดยเฉพาะเมื้อเช้า!!! แล้วมื้อเช้าสำคัญแค่ไหน?

อย่างที่ทราบกันดีครับว่าโดยปกติคนเรานอนหลับพักผ่อนวันละ 6-8 ชม./วัน ร่างกายมีการย่อยและการใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลาที่เราหลับ ทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกหิว และจำเป็นต้องรับประทานอาหารเช้า เพราะสมองและร่างกายจำเป็นต้องการสารอาหารไปใช้ในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่ต้องรับประทานอาหารเช้า บางท่านเข้าใจว่า อาหารเช้าไม่จำเป็น ค่อยเหมารวมกับมื้อกลางวันเลยทีเดียวก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ และเป็นความคิดที่ฆ่าตัวเองชัดๆ

อย่างไรก็ดีบางท่านรับประทานอาหารเช้าแบบเร่งด่วนทันใจเพื่อให้หายหิว และรีบออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือ บางท่านดื่มกาแฟกับขนมปังทาแยม 2-3 ชิ้น คิดว่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ลืมตระหนักว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปนั้นประกอบไปด้วย คาแฟอีน(กาแฟ) แป้ง+น้ำตาล(ขนมปัง) ซึ่งอาจให้พลังงานบ้างแต่คุณค่าทางอาหารแทบจะไม่มีเลย เพียงแค่รู้สึกว่าอิ่มและสมองตื่นจากการดื่มกาแฟเท่านั้น

มีงานวิจัยหลายๆเรื่องเกี่ยวกับความจำเป็นและประโยชน์ของอาหารเช้า ทั้งในเรื่องของการทำงานและฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย ซึ่งมีผลกระทบหากไม่รับประทานอาหารเช้า ยิ่งในเด็กเล็ก หรือเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโตตั้งแต่อนุบาล ประถม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับประทานอาหารเช้า เพราะมีส่วนช่วยในการทำงานกลไกของสมองซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก อาหารเช้าของแต่ละวัยอาจแตกต่างกันออกไป เช่น วัยเด็กควรจะมีอาหารที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก เช่น ไข่แดง นม เนื้อปลา ฯลฯ สูงอายุขึ้นมาหน่อยก็ควรงดอาหารที่มีไขมันสูงหรืออาหารที่มีโคเรสเตอรอลสูง เนื้อสัตว์ควรเปลี่ยนมารับประทานเป็นเนื้อปลาแทน

ในวัยทำงานหรือวัยเรียนหนังสือ อาหารเช้ามีความสำคัญต่อระบบประสาทและกลไกการทำงานของสมองมากพอสมควร ทำให้ความจำดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และยังทำให้อารมณ์ดี สมองโล่งอีกด้วย มีงานวิจัยศึกษาการทำงานของสมองพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ สามารถช่วยลดภาวะเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อมได้

อย่างไรก็ดีเราก็ควรที่จะรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และครบทั้ง 5 หมู่ ถ้าจะให้ดีอาหารที่รับประทานควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย เนื้อสัตว์ก็ควรเลี่ยงเนื้อติดมัน หรือเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง หันมารับประทานเนื้อปลาแทน ข้าวก็ควรเปลี่ยนจากข้าวขาว 100% มาเป็นข้าวขาวผสมข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือแทน ควรรับประทานผัก-ผลไม้ที่มีกากใยสูงๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการทำงานของลำไส้และระบบขับถ่าย การงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งเพื่อลดน้ำหนักเป็นความคิดที่ผิด แต่เราควรหันมาเปลี่ยนเป็นการควบคุมอาหารทั้งชนิดและปริมาณของอาหารแทนการงดมื้ออาหารจะดีกว่า รวมทั้งการออกกำลังกาย เพื่อให้ระบบต่างๆภายในร่างกายดีขึ้นและเผาผลาญพลังงานส่วนเกินรวมทั้งการกำจัดของเสียออกมาทางรูขุมขนได้ด้วย

จะเห็นได้ว่าอาหารเช้ามีความสำคัญมากเพราะฉะนั้น เราควรรับประทานอาหารเช้าทุกวัน ถึงจะเร่งรีบเพียงใดก็ไม่ควรละเลยการรับประทานอาหารเช้ากันนะครับ

บทความโดย: นายคมจักร แก้วน้อย รพ.การแพทย์แผมไทย มอ.

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์