Sep032014

สมุนไพรพื้นบ้านภาคใต้ : โกงกางใบเล็ก

All rights reserved by TTME-PSU

บทความโดย ผศ. ดร. อรทัย เนียมสุวรรณ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhizophora apiculata Blume
ชื่อวงศ์: Rhizophoraceae

ไม้ยืนต้น สูงถึง 10 ม มีรากอากาศ หูใบสีแดง รูปใบหอก ยาว 3-7 มม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรีถึงขอบขนาน ขนาด 5-15 x 3-6 ซม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม แผ่นใบหนาเป็นหนัง เส้นใบด้านล่างสีแดง ก้านใบยาว 1.5-3 ซม มีแถบสีแดง ช่อดอกแบบช่อกระจุก มี 2 ดอกย่อย ก้านช่อดอกยาว 5-8 มม ดอกย่อยไม่มีก้าน กลีบเลี้ยง เชื่อม หลอดกลีบเลี้ยงสั้น ปลายแยกเป็น 4 แฉก แฉกกลีบเลี้ยงรูปไข่ ขนาด 1-1.3 x 0.5 ซม ปลายกลีบแหลม หนาเป็นหนัง กลีบดอก แยก มี 4 แฉก แฉกกลีบรูปใบหอก ขนาด 5-8 x 3-5 มม เป็นเยื่อบาง สีขาว เกสรเพศผู้ 12 อัน ติดบนโคนกลีบดอก 4 อัน ติดบนกลีบเลี้ยง 8 อัน ก้านชูอับเรณูสั้น อับเรณูยาว 5-6 มม เกสรเพศเมีย รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ ขนาด 1.5-2.5 ซม ผลขนาด 2.5 x 1.5 ซม ต้นอ่อนงอกคาต้น ขนาด 3-4 x 1-1.5 ซม (ภาพที่ 1 และ 2)

สรรพคุณพื้นบ้าน (สมพร ชาญวณิชย์สกุล, 2557)

  1. ใบอ่อนโกงกางใบเล็ก ทานเป็นผัก โดยทานกับน้ำพริก แก้ท้องเสีย กระเพาะอาหารอักเสบ
  2. แก่นโกงกาง ๑ ส่วน ใบกะเพรา ๑ ส่วน ใบพาโหม ๑ ส่วน เหง้าขมิ้นชันเท่ายาทั้งหลาย อบแห้ง บดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอน หรือบรรจุแคปซูล รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  3. แก่นโกงกางเผา ๑ ส่วน เถาขมิ้นเครือ ๑ ส่วน ข้าวสาร ๑ ส่วน เหง้าขมิ้นชันเท่ายาทั้งหลาย บดเป็นผง ผสมกัน ปั้นเป็นลูกกลอนหรือบรรจุแคปซูล รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง

อ้างอิง
สมพร ชาญวณิชย์สกุล, แพทย์แผนไทย โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สัมภาษณ์, 27 สิงหาคม 2557.

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์