Aug072014

คุณประโยชน์ของผลไม้ที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

All rights reserved by TTME-PSU

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ มีน้ำเพียงพอทั้งจากฝนและแม่น้ำลำธาร มีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชนานาพันธุ์ จึงทำให้สามารถปลูกผลไม้ได้มากมายหลายชนิด ที่ให้คุณภาพดี และได้มาตรฐาน สามารถปลูกรับประทานเอง ค้าขาย หรือแม้กระทั่งการส่งออก ซึ่งทำรายได้ให้กับเกษตรกรไทยเป็นจำนวนมาก

ผลไม้เป็นอาหารที่มีพลังในการปรับสมดุลของสารเคมีในร่างกาย มีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ซึ่งช่วยให้เซลล์แข็งแรง โซเดียม เพื่อช่วยให้ของเหลวนอกเซลล์ อันได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว พลาสมา เป็นต้น ช่วยปรับการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้มีความสมดุลยิ่งขึ้น รวมถึงการรับสารอาหารและการขับของเสียจากเซลล์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์

ในผลไม้มีวิตามิน(vitamin) ,แร่ธาตุ(minerals) ,เอนไซม์(enzymes) ,เส้นใย(fiber) ,ฮอร์โมน(hormone) ที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังบำรุงร่างกาย และป้องกันโรคร้ายต่างๆได้ เช่น โรคท้องผูก โรคเลือดออกง่าย หรืออาการชาตามปลายมือปลายเท้า เป็นต้น ผลไม้ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากผลไม้ที่มีมากมายในประเทศของเรา ซึ่งสามารถหามารับประทานได้ง่ายตามท้องตลาดบ้านเรา

มาเริ่มด้วยผลไม้ประจำฤดูตัวแรกอย่างกระท้อน กระท้อนเป็นผลไม้ที่ทนแล้งได้ดีเยี่ยม ให้ผลผลิตช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ปลูกได้ทุกภาคทั่วประเทศ กระท้อนกินได้ทั้งเนื้อที่เป็นปุยสีขาวและเนื้อใต้เปลือก นิยมกินเป็นผลไม้สดจิ้มพริกกับเกลือ หรือน้ำปลาหวาน ใช้ปรุงเป็นอาหารคาวหวานได้หลายชนิด เช่น แกงกบกระท้อน แกงอ่อมปลาดุก แกงฮังเลกระท้อน แกงคั่วกระท้อน(แทนสับปะรด) ผัดเมี่ยง ตำกระท้อน กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนแช่อิ่ม แยมกระท้อน กระท้อนกวน เยลลีกระท้อน เป็นต้น

คุณค่าทางอาหาร กระท้อนเป็นผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงโลหิต แก้ลมจุกเสียด เนื้อกระท้อนอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม เหล็ก ไนอะซิน วิตามินเอ วิตามินบี1 และวิตามินซีสูงอีกด้วย

ผลไม้ชนิดต่อไปคือ กล้วย แต่คุณประโยชน์ไม่กล้วยแน่นอน กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่าย ขึ้นได้ทุกภมิภาค ประเทศไทยมีกล้วยกินได้มากมายกว่า 60-70 พันธุ์ พันธุ์ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยไข่ กล้วยนาก กล้วยหิน กล้วยหักมุก กล้วยตานี กล้วยเทพรส หรือที่เรียกกันว่า กล้วยสิ้นปลี หรือกล้วยปลีหาย กล้วยน้ำไท เป็นต้น

คุณค่าทางอาหาร กล้วย มีคุณค่าอาหารสูง ให้พลังงาน 100แคลอรีต่อ 100 กรัม กล้วยสุกย่อยง่าย ช่วยในการขับถ่าย ให้คาร์โบไฮเดรต และวิตามินเอสูง มีการวิจัยพบว่า กล้วยน้ำว้ามีโปรตีนใกล้เคียงกับนมแม่มาก กล้วยสุกจึงเป็นอาหารเสริมที่ดีที่สุดสำหรับทารก(ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป) ส่วนคนสูงอายุเชื่อว่ากินกล้วยน้ำว้าแช่น้ำผึ้งทุกวันจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และบางตำราใช้เป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

ผลไม้อีกชนิดที่อยากแนะนำคือ มะพร้าว มะพร้าวเป็นผลไม้เครื่องปรุงสำคัญที่เพิ่มรสชาติให้กับจานอาหาร มีให้กินตลอดทั้งปี ปลูกได้ในทุกพื้นที่ แต่จะมีมากในเขตจังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งไทย และอันดามัน มะพร้าวอ่อนนำมากินน้ำและเนื้อ หรือนำไปเผาเป็นมะพร้าวเผา มะพร้าวแก่ขึ้นอีกหน่อย เอาแต่เนื้อมาทำเป็นมะพร้าวแก้ว น้ำมะพร้าวนำไปบรรจุกระป๋อง ส่วนดอกตูมของมะพร้าวหรือที่เรียกว่า“งวงมะพร้าว” ก็มีน้ำหวาน ที่เมื่อปาดปลายงวงมะพร้าวแล้วใช้กระบอกรองเอาน้ำหวานมาเคี่ยวเป็นน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ ยังมีมะพร้าวกะทิเป็นมะพร้าวหายาก เนื้อมะพร้าวกะทินิยมโรยน้ำตาลทรายแล้วตักกินในกะลา รสหวานมัน หรือหั่นเป็นชิ้นใส่ในทับทิมกรอบ และมะพร้าวแก่จัดหรือมะพร้าวห้าว มีบทบาทสำคัญในการทำอาหารคาวและหวานของไทย

คุณค่าทางอาหาร ผลมะพร้าวปัจจุบันทางการแพทย์ยอมรับว่า น้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่บริสุทธิ์และมีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถใช้แทนน้ำเกลือ และรักษาอาการอ่อนเพลียได้ดี ลดความร้อน ดับกระหาย เพราะในน้ำมะพร้าวมีโปรตีน น้ำตาล แคลเซียม โซเดียม และโดยเฉพาะโพแทสเซียม เนื้อมะพร้าวอ่อน ช่วยบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ ส่วนกะทิที่ได้จากมะพร้าวนั้น อุดมไปด้วยพลังงาน และไขมันที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณสูง บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยชะลอความแก่ น้ำมะพร้าวมี juvenile hormone ช่วยปรับสภาพและลดอายุของเซลล์ภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วย

ผลไม้ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีผลไม้อีกหลายชนิดที่ให้คุณประโยชน์อีกมากมาย แต่การรับประทานก็ควรอยู่ในความพอดี ไม่รับประทานมากจนเกินไป หรือควรรับประทานผลไม้ให้ไม่แสลงกับโรคเพราะอาจทำให้เกิดโทษหรือผลเสียได้เช่นกัน

บทความโดย นายคมจักร แก้วน้อย แพทย์แผนไทยประยุกต์
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์