Dec272012

สมุนไพรบำรุงกระดูก

All rights reserved by TTME-PSU

ใกล้ปีใหม่แล้วหลายคนคงกำลังหาของขวัญกลับบ้านไปให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายญาติผู้ใหญ่กันอยู่ใช่มั้ยคะ หากไม่มีของขวัญที่ถูกใจ เรามาช่วยกันเสริมสร้างความแข็งแรงให้ญาติผู้ใหญ่ของเราเป็นของขวัญรับปีใหม่กันดีกว่าค่ะ

วัยสูงอายุนั้นเป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมโทรมในหลายด้านมีปัญหาสุขภาพและโรคประจำตัวต่างๆมากมาย ในการป้องกันและบำบัดรักษาโรคผู้สูงอายุนั้นนอกจากยาแผนปัจจุบัน ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนเงินมากมายแล้วสมุนไพรจำนวนมากสามารถใช้ทดแทนได้ดีและใช้กันมาแล้วหลายชั่วอายุคน

ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน เนื่องจากเซลล์ของกระดูกมีการสลายมากกว่าการสร้างโรคกระดูกพรุนพบในหญิงมากกว่าชายการสูญเสียแคลเชียมที่กระดูกทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง กระดูกหักง่ายการได้รับแคลเซี่ยมที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มความแน่นของกระดูกดังนั้นผู้สุงอายุ ควรได้รับอาหารที่มี แคเชี่ยมเพียงพอประมาณวันละ 800 มิลลิกรัม แคเชี่ยมมีมากในน้ำนม ปลาป่น กุ้งแห้ง และผักใบเขียวที่มีปริมาณแคลเซียมสูงได้แก่ ใบยอ ใบช้าพลู ฝักมะขามอ่อน ยอดแค ผักกะเฉด และยอดสะเดา เป็นต้น ค่ะ ไม่ต้องไปหายาบำรุงแพงๆ ไม่ต้องหาอาหารเสริมราคาสูง แค่ใช้สมุนไพรในครัวเรือน ก็เสริมสร้างสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ที่คุณรักได้แล้วค่ะ

เรามาดูรายละเอียดของสมุนไพรแต่ละตัวกันดีกว่านะคะ

ตัวแรกนี่เลยค่ะ “ยอ” (ชื่ออื่นๆ : ยอบ้าน, มะตาเสือ)

ใบยอ มีแคลเซียมสูง (469-841 มก./100 ก.)ใบใช้ประกอบอาหาร เช่นห่อหมก แกงอ่อม เป็นต้น

สรรพคุณทางยา : ใบอ่อนมีรสขม ใช้เป็นยาลดความร้อนในร่างกาย แก้ไข บำรุงธาตุ แก้ท้องร่วงในเด็กแก้เหงือกปวด บวม ปวดข้อ ค่ะ

ตัวต่อมา “ช้าพลู” (ชื่ออื่นๆ : ชะพลู, พลูนก, ผักปูนก, ผักแคนก, พลูลิง, ผักอีไร, นมวา, ผักปูนา )

ใบช้าพลูนิยมใช้เป็นผักรับประทานกับเมี่ยงคำ ส้มตำ ข้าวยำ และใช้ทำแกงเลียง ในใบประกอบด้วยแคลเซียมในปริมาณสูง (601 มก./100 ก.) และยังพบธาตุฟอสฟอรัส เหล็ก และ ไวตามินต่างๆ ใบช้าพลูมีปริมาณสารออกซาเลตค่อนข้างสูง (691 มก./100 ก.) จึงไม่ควรรับประทานเป็นประจำนะคะ

สรรพคุณทางยา : ตำราไทยใช้ราก ใช้ใบช้าพลูเป็นยาขับลม ทั้งต้นใช้ใบขับเสมหะ รากและผลใช้รักษาบิด ใบมีรสเผ็ดเล็กน้อยใช้แก่ธาตุพิการ บำรุงธาตุ คุมเสมหะให้ปกติ แก้จุกเสียดค่ะ

“มะขาม”(ชื่ออื่นๆ : หมากแกง, ตะลูบ, ขาม)

ฝักมะขามอ่อนมีแคลเซียมสูง (429 มก./100 ก.)ทางด้าน อาหารใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก ฝัก ฝักแก่ และอ่อนของ มะขาวเปรี้ยวเป็นอาหาร ยอดอ่อนใช้ปรุงแกง ดอกใช้ยำ ส่วนฝักอ่อนใช้ตำน้ำพริก เนื้อในฝักแก่มีรสเปรี้ยว เปรี้ยวอมหวาน หรือหวาน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รับประทานเป็น ผลไม้ หรือใช้ปรุงแต่งรสเปรี้ยวในอาหารค่ะ

สรรพคุณทางยา : มะขามเปียกใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ ขับเสมหะ ฝักอ่อนมีแคลเซียม และ

ไวตามินสูง บำรุงกระดูก และช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

“แค”(ชื่ออื่นๆ : แคบ้าน, แคแดง)

ยอดแคลเซียมสูง(395 มก./100 ก.) นิยมนำมาลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกดอกแคนิยมใช้ปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม และใช้ลวกเป็นผักจิ้ม

สรรพคุณทางยา : ยอดอ่อนใช้รับประทานแก้ไข้หัวลม (ไข้ที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง) เปลือกต้นมีรสขมฝาดใช้แก้ท้องเสีย น้ำต้มเปลือกใช้ล้างบาดแผล

ตัวสุดท้าย “ผักกะเฉด” (ชื่ออื่นๆ : ผักรู้นอน, ผักหนอง, ผักหละหนอง, ผักกะเฉดน้ำ)

ใบและลำต้นที่แกะนวมออกแล้ว ใช้รับประทานเป็นผัก ใช้ปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงส้ม และยำต่างๆ ต้นสดมีโปรตีนสูง (6.4ก./100 ก.) และมีแคลเซียมสูง (387 มก/100 ก.)

สรรพคุณทางยา : ผักกะเฉดมีรสเย็น ช่วยบรรเทาความร้อน ใช้ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ถอนพิษยาเบื่อเมา ช่วยบำรุงกระดูก เนื่องจากมีแคลเซียมค่อนมาก

เห็นมั้ยล่ะคะว่า พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มีประโยชน์มากเลยที่เดียวค่ะ มาใช้พืชผักสมุนไพรทำอาหารเพื่อสุขภาพของคนที่คุณรักตอนรับปีใหม่กันดีกว่าค่ะ

สวัสดีปีใหม่ 2556 นะคะ

บทความโดย นางสาวพิรุณรัตน์ แซ่ลิ้ม นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ รพ.การแพทย์แผนไทย

Read 999 times Last modified on Thursday, 06 June 2013 07:18

Leave a comment

*ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์